“กอง K-GHEALTH” ชวนลุยหุ้นสุขภาพทั่วโลก...ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว!!!

ธีมการลงทุน เมกะเทรนด์ (Mega Trend)” เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับความสนใจและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เนื่องจากเป็นธีมที่จะมีการเติบโตได้ในระยะยาวและอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างดี


ซึ่งในกลุ่มดังกล่าว ก็จะมีธีมย่อยให้คัดเลือกอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเทคโนโลยี (Technology), ธุรกิจสุขภาพ (Healthcare), ธุรกิจหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI), ธุรกิจคลาวด์ (Cloud), ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce), ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และธุรกิจเกมและอีสปอร์ต (E-Sports)


ซึ่งหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่รบาดจากไวรัส COVID-19 ก็ทำให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีความโดดเด่นขึ้นมาอย่างนัยสำคัญ โดยกลุ่มที่จะอดพูดถึงไม่ได้อย่างธุรกิจสุขภาพ (Healthcare)” ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญด้านสุขภาพมากขึ้นและหมายถึงโอกาสการลงทุนในด้านตลาดทุนด้วยเช่นกัน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอถือโอกาสนำเสนอข้อมูลกองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน (K-GHEALTH)” จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ที่ได้รับการจัดอันดับจากมอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้ 



กอง K-GHEALTH” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้ง 6 ปีกว่าเฉลี่ย 6.91% ต่อปี

ธีม หุ้นสุขภาพ (Healthcare)” นั้น เป็นธีมที่จัดอยู่ใน Mega Trend ที่เกิดมาคู่กันกับธีมสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)” ที่ล้อกันไปอย่างเหนียวแน่น พร้อมการมาของชีวิตที่ยืนยาวขึ้นก็คือบริการทางการแพทย์ที่โตขึ้นตามเป็นเงาตามตัวในทุกๆ ด้าน


ปัจจุบันธีมหุ้นสุขภาพยังแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สุขภาพแบบดั้งเดิม และสุขภาพแบบเทคฯซึ่งปัจจุบันยังมีแยกย่อยไปสู่ธีม ‘Genomic’ แตกไลน์มาอีกสยหนึ่งด้วย แต่โดยภาพรวมแล้วจัดว่าอยู่ใน “Mega Trend” ทั้งหมด






สำหรับ กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน (K-GHEALTH)” เป็นประเภท Feeder Fund ที่ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งในปัจจุบัน ( วันที่ 1 เมษายน 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 4,001,669,474 บาท มีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 12.35 บาทต่อหน่วย 


ความน่าสนใจของกองอีกหนึ่งอย่างนั้น คือ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่จะจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง รอบการพิจารณาปันผลทุกสิ้นเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคมของทุกปี ซึ่งตั้งแต่จัดกองทุนมานั้นเคยจ่ายปันผลทั้งหมด 9 ครั้ง รวม 2.1 บาท


สำหรับนโยบายการลงทุนหลักๆ ของกองนั้น อย่างที่รู้กันว่าเป็น Feeder Fund จึงมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc)​ – USD’​ เป็นกองทุนหลัก ซึ่งกองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75%  ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น จะมีลงทุนในหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลกไม่น้อยกว่า 67% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน


ซึ่งสัดส่วนการลงรายกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) สูงสุด 5 อันดับแรกของกองทุนหลักในปัจจุบัน ( วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564) ประกอบไปด้วย

-BIOTECHNOLOGY 27.80%

-PHARMACEUTICAL 27.00%

-MEDTECH 21.30%

-HEALTHCARE SERVICES 19.10%

-OTHERS 4.80%





ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง K-GHEALTH’ ตั้งแต่จัดตั้งนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 6.91% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 8.21% ต่อปี ในขณะที่ความผันผวนของความผลการดำเนินงานนั้นสูงกว่าดัชนีชี้วัดอยู่ไม่มากนักที่ 17.29% ต่อปี ส่วนดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 15.45% ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วง5ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -27.87%


สำหรับนักลงทุนที่สนใจ เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)


ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน K-My Funds, ​​K-CyberK PLUS, ธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่น (ตรวจสอบรายชื่อได้จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ)​


กอง K-GHEALTH ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี หากผู้ลงทุนหรือผู้ที่สนใจกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในธีมเมกะเทรนด์ ซึ่งกลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Healthcare)’ ก็ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งความน่าสนใจของกองนั้นคงเป็นการจ่ายปันผลที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีรายรับได้ระหว่างถือหน่วยลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา