Official Update :

เชื่อ “ดอกเบี้ย Fed” กระทบตลาดจำกัด-เหตุตลาดรับข่าวหมดแล้ว... ชู “กองตราสารหนี้โลก”-“กองทุนผสม” ตอบโจทย์การลงทุน !!!

Fund of Funds: หลัง “สงคราม” อิสราเอล-กลุ่มฮามาสเปิดฉากขึ้น ได้เขย่าตลาดทั่วโลกให้ผันผวนสูงต่อเนื่อง เม็ดเงินลงทุนได้ไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยกันอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาทองทะยานขึ้นทะลุ 1,960 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์อีกครั้ง ถือเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามากระทบตลาดการลงทุนล่าสุด


ส่วนปัจจัยเดิมที่ทั่วโลกจับตาดูมาตลอดนั้น ก็คือ ทิศทางดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ซึ่งตลาดก็รับรู้ข่าวโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งไปแล้ว ในแง่ของผลกระทบอาจไม่มากเพราะเชื่อว่าจะเป็น “การขึ้นครั้งสุดท้าย” แล้ว แต่ดอกเบี้ยอาจจะทรงตัวสูงอีกนานได้ Higher for Longer”


ด้วยภาวะตลาดแบบนี้ ก็ยังสามารถลงทุนได้ ซึ่งมี 2 กลุ่มกองทุนที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ “กองตราสารหนี้โลก” และ “กองทุนผสม”


อะไรทำให้กองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้น่าสนใจ ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย



“กองตราสารหนี้โลก” จังหวะลงทุน...เน้นที่ “คุณภาพดี”

ตอนนี้ภาพรวม “ตราสารหนี้โลก” มีมูลค่าน่าสนใจกว่า “ตลาดหุ้น”


โดย “ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.อีสท์สปริง มองว่า สินทรัพย์กลุ่ม “ตราสารหนี้โลก” ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนที่มีคุณภาพที่ไม่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมากนักมีความน่าสนใจ และเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอเพื่อกระจายความเสี่ยงในช่วงเวลานี้ ภายหลังจากการประชุม FOMC ล่าสุดในเดือนก.ย. ซึ่งคณะกรรมการมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.5% และทาง “เจอโรม พาวเวลล์” ยังเปิดช่องในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 1 ครั้งในปีนี้ หากประเมินจาก Dot Plot ที่ออกมาล่าสุด จะประเมินได้ว่าน่าจะเป็นช่วงท้ายของวัฏจักรของการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐแล้ว ทำให้ความเสี่ยงที่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้จะปรับตัวลงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนั้นค่อนข้างจำกัดแล้วเช่นกัน 


(ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ)


“ดอกเบี้ยนโยบายถึงแม้จะอยู่ในระดับสูงแต่มีแนวโน้มค่อยๆ ลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าที่คาด และนั่นจะทำให้ตราสารหนี้คุณภาพสูงได้รับประโยชน์มากสุด อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ในปัจจุบันจึงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจสหรัฐ น่าจะมีโอกาส Soft Landing ได้มากกว่าที่จะถดถอยรุนแรง ทำให้ Credit Spread ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรเอกชนกับรัฐบาลมีแนวโน้มทรงตัว สะท้อนความมั่นใจต่อเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จึงถือว่าเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนกลุ่มตราสารหนี้ ด้วยอัตราผลตอบแทนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตราสารหนี้คุณภาพสูงสามารถให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับหุ้นได้ในระดับ 5-7% โดยอาจไม่ต้องรับความเสี่ยงที่สูงมากนัก และยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าการลงทุนได้อีกด้วย”


“กองทุนผสม
” กระจายลงทุน...ตอบโจทย์ทุกภาวะตลาด

และในท่ามกลางภาวะตลาดการลงทุนที่ผันผวนและเปราะบางนี้ การจะไปจับจังหวะตลาดอาจไม่ใช่คำตอบ หากแต่เป็นการ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) อย่างเหมาะสมจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า


โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า สินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะ “หุ้น” การฟื้นตัวยังคงเปราะบาง เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายทางเงินในหลายๆประเทศที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส3 นี้ ซึ่งจะมีขึ้นประมาณช่วงกลางเดือนต.ค. โดยเริ่มมีการคาดการณ์ส่วนใหญ่กำไรต่อหุ้น (EPS) มีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดจากสัญญาณเงินเฟ้อที่ชะลอตัว และจากปัจจัยด้านผลประกอบการที่เริ่มฟื้นตัวจะช่วยจำกัดแรงกดดันต่อสินทรัพย์ในระยะข้างหน้า


(พจน์ หะริณสุต)


“อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นต่างประเทศยังคงผันผวน จากการประชุมธนาคารกลางต่างๆ และตัวเลขเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว อีกทั้งตลาดยังมีความกังวลการเติบโตของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับปัจจัยด้านความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในระยะนี้ ดังนั้น สินทรัพย์ยังมีโอกาสเผชิญความผันผวน โดยกลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ คือ การกระจายความเสี่ยงยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสามารถช่วยจำกัดความผันผวนและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่ง กองทุนผสม ที่มีจุดเด่นการใช้กลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Asset Allocation) จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุน ช่วยให้กองทุนมีความผันผวน (volatility) ต่ำ และได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านราคา สินทรัพย์ค่อนข้างจำกัด สามารถลงทุนได้ในทุกสภาวะตลาดอีกด้วย” 


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนอยู่ในช่วงนี้ เชื่อว่ากองทุนทั้ง 2 ประเภท ทั้ง “กองตราสารหนี้โลก” และ “กองทุนผสม” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี

โต๊ะกองทุน WealthyThai