ปีนี้ร่วงหนักจนกลับมาน่าสนใจ... ชู 2 ตลาดหุ้น “จีน-ไทย” ธีมหุ้นถูก-โอกาสลงทุนระยะยาว !!!
Fun of Funds: ปีนี้ “หุ้นไทย” ร่วงไปแล้วกว่า -19% ส่วน “หุ้นจีน” ติดลบไป -7% จนตลาดจัดอยู่ในกลุ่มที่ “ไม่แพง” หรือ “ถูก” ไปเรียบร้อยแล้ว
โดยมี Forward P/E 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 14.5 เท่า และ 10.7 เท่า ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ “หุ้นโลก” ซึ่งอยู่ที่ 15.7 เท่า นั้น (ที่มา: Blomberg, วันที่ 3 พ.ย. 23) ก็ต้องบอกว่าถูกกว่าและเพิ่มความน่าสนใจให้ทั้ง 2 ตลาดมากขึ้น
โดยเฉพาะ “ชาวสวน” (Contrarian) ที่มองเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นบ่อยๆ เช่นกัน
ทั้ง “หุ้นจีน” และ “หุ้นไทย” จึงเป็น 2 ตลาดที่น่าสนใจในธีมหุ้นถูก วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญกัน
“หุ้นไทย” ราคาถูก...แต่ Downside ยังมีหาก “สงคราม” ขยายวง-แนะทยอยลงทุนได้ พร้อมลดกรอบดัชนีลงเหลือ 1,444 - 1,560 จุด
โดย “ดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย” หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.อเบอร์ดีน มองว่า “ตลาดหุ้นไทย” ช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศเช่นเดียวกันตลาดอื่นๆ ทั้งประเด็นสงคราม Bond Yield สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแบบ Soft Landing โดยมองดัชนีหุ้นไทยจะมี Downside ที่ 1,350 – 1,300 จุด โดยระดับ 1,300 จุด อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่สงครามขยายวงกว้างมากขึ้น ทั้งนี้กรอบดัชนีระดับดังกล่าวสามารถทยอยสะสมได้

(ดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย)
“ตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้งดัชนีอยู่ที่ประมาณระดับ 1,570 จุดตอนนี้ปรับตัวลงมากว่า 200 จุด เนื่องจาก ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (Earning) ที่ถูกปรับลดระดับลงมา อย่างไรก็ตาม Valuation ปรับตัวลงมาในระดับที่น่าสนใจมากกว่าเดิม ซึ่งใน 6 เดือนต่อไปต้องติดตาม Earning เป็นหลักและพยายามเลือกหุ้นตอบโจทย์ความคาดหวังได้ โดยจะต้องไม่มีความเสี่ยง ทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นข่าวดี ดัชนีน่าจะมี Sentiment ทีดีขึ้น โดยได้ปรับประมาณการ 6-12 เดือนข้างหน้าลง จากเดิมกรอบอยู่ที่ 1,530-1,663 จุด เป็น 1,444 - 1,560 จุด กรณี Best Case ดัชนีอยู่ที่ 1,494 - 1,618
ชี้หุ้นในตลาดมากกว่าครึ่ง เทรดต่ำกว่า PE ค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ระดับ 30-50% แล้ว...ชูกลุ่ม “โรงพยาบาล-ท่องเที่ยว” ยังน่าสนใจ
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ เช่น “กลุ่มโรงพยาบาล” ซึ่งคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/23 จะออกมาค่อนข้างดี เพราะคนไข้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นจากการระบาดของไข้หวัด และหากดู Valuation มากกว่าครึ่งของกลุ่มใน SET ทั้งหมดเทรดต่ำกว่า PE ค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ระดับ 30-50% แล้ว

นอกจากนี้ใน “กลุ่มท่องเที่ยว” จากประมาณการณ์นักท่องเที่ยวปี23 ทั้งหมด 28 ล้านคน อาจจะลดลงเล็กน้อย จากนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในประเทศน้อยกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ เข้ามาชดเชย อาทิ อินเดีย มาเลเซีย และรัสเซียจากนโยบายฟรีวีซ่า รวมทั้งจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจยังเห็นการเติบโตของค่าห้องพักอยู่ และยังไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางเนื่องจากมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากอิสราเอลค่อนข้างน้อยมาก
“ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า อาจจะต้องหลีกเลี่ยงไปก่อนเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการลดค่าครองชีพ ส่งผลให้การทำรายได้ถูกจำกัด ในขณะที่ต้นทุนยังผันผวนอยู่ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการทำกำไร ในขณะที่กลุ่มค้าปลีกจากประมาณการของนักวิเคราะห์ยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับนโยบาย Digital Wallet กับกลุ่มที่เป็นบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในตัวนโยบาย”
“หุ้นจีน A-Share” ราคาถูกพื้นฐานแกร่ง...โอกาสของการลงทุน
ทางด้าน “Sarah Lien” Senior Product Specialist Allianze Global Investors มอง “หุ้นจีน” เป็นตลาดที่ควรมีติดพอร์ตไว้แม้ที่ผ่านมาอาจจะ Perform ไม่ค่อยดีเท่าไรนักก็ตาม จากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาหนี้ และก่อนหน้าก็เจอมาตรการคุมเข้มของทางการในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้วย แม้ทางการจีนจะมีมาตรการกว่า 200 มาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจแต่จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ความรู้สึกของนักลงทุนอาจจะดูไม่ตอบรับในเชิงบวกเท่าไรนัก นั่นทำให้ “หุ้นจีน” ทั้งในจีนและนอกจีนในช่วงที่ผ่านมาดูไม่ดีนัก แต่รัฐบาลก็มีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อดูแลตลาดหุ้นสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดโลก โดยอยากเห็นเงินของนักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในหุ้นจีนมากขึ้นนั่นเอง

(Sarah Lien)
“หุ้นจีนยังน่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นจีน ‘A-Share’ ปัจจุบันราคาถูก น่าสนใจ มีหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมให้เลือกลงทุน มีหุ้นเกรด A และบริษัทดีๆ ในแต่ละอุตสาหกรรมจำนวนมาก เรื่องเทคโนโลยีก็ถือว่าอยู่แถวหน้าของโลกเช่นเดียวกัน ที่สำคัญหุ้นจีน ‘A-Share’ ยังมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) กับสินทรัพย์อื่นๆ น้อย โดยเฉพาะหุ้นญี่ปุ่น, หุ้นสหรัฐ, หุ้นยุโรป และหุ้นโลก จึงมีประโยชน์ในการใช้เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้เป็นอย่างดี หุ้นจีนเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตไว้ ถ้าพลาดการลงทุนในหุ้นจีน ‘A-Share’ จะพลาดการลงทุนมากกว่า 70% ของหุ้นจีนทั้งหมดเลยทีเดียว โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจได้แก่กลุ่มเทคโนโลยี, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในห่วงโซ่การผลิต, กลุ่มพลังงานสะอาดต่างๆ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศ และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปฏิรูประบบการเงินของจีน”
สำหรับใครที่กำลังมองหาตลาดหุ้นถูกเพื่อลงทุนในระยะยาว เชื่อว่าทั้ง “หุ้นไทย” และ “หุ้นจีน A-Share” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่งรองรับเอาไว้อยู่ จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ราคากลับสู่ระดับที่ควรจะเป็นได้ในระยะยาวตามที่ควรจะเป็นได้เช่นกัน
