Official Update :

“พฤศจิกา-ปีเถาะ” สวน “หุ้นไทย” ราคาถูก-ซื้ออนาคต... พร้อมจับจังหวะลุย “ตราสารหนี้โลก” โอกาสทำกำไร-ความเสี่ยงไม่สูง !!!

ลายแทงกองทุน: ปีนี้ไม่ดีเลยสำหรับ “หุ้นไทย” ร่วงไปแล้วกว่า -15% ต่างชาติเทขายไปแล้วกว่า 1.75 แสนล้านบาท จนกลายเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ผลงานแย่สุดของโลกในปีนี้ไปเรียบร้อย


ปัจจุบันราคาต้องบอกว่า “ถูก” โดยมี Forward P/E 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 14.5 เท่า แต่ตลาดยังมอง Downside ใช่ว่าไม่มี หากสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาสขยายวงอาจลงไปป่วนเปี้ยนแถว 1,350 – 1,300 จุด ได้เช่นกัน


แต่นี่ก็เป็นโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะยาว” และนักลงทุนสาย Contrarian” ที่ชอบลงทุนสวนตลาดเช่นเดียวกัน


อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ปีนี้นักลงทุนทั่วโลกต่างแนะนำเข้าลงทุนกันมาตลอดทั้งปี ก็คือ “ตราสารหนี้โลก” รับจุดจบดอกเบี้ยขาขึ้นพร้อมดักวงจรดอกเบี้ยขาลงที่คาดว่าจะตามมาในปีหน้า


วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร 4 กองทุนเด่น” พฤศจิกา-ปีเถาะ ที่น่าสนใจในทั้ง 2 ธีมมาฝากกัน


K-SET50”...ลุย "หุ้นดัชนี SET50" ตอบโจทย์ระยะยาว

เริ่มกันที่ธีม “หุ้นถูก” อย่าง “หุ้นไทย” กันก่อนเลย ภาพรวมต้องบอกว่าดูไม่ดีและนั่นทำให้ Performance ของกองทุนไทยในภาพรวมก็ตามสภาพตลาดไปด้วย แต่ที่ระดับดัชนี 1,400 จุด บวกลบ มองไปข้างหน้าระยะยาวถ้าเชื่อว่าตลาดจะกลับมาได้ และไม่อยากพลาดตกขบวน การลงทุนในกองหุ้นที่บริหาร “เชิงรับ” (Passive) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว


สำหรับกองทุนแรกที่จจะแนะนำในครั้งนี้ ก็เป็นกองหุ้นสไตล์ Passive Fund ได้แก่ K-SET50: กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 ของบลจ.กสิกรไทย ที่เน้นลงทุน "หุ้นดัชนี SET50" เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 ซึ่งถือเป็นหุ้นของบริษัทชั้นนำของไทยในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นสำคัญ  


   


หน้าตาพอร์ต ณ 29 ก.ย. 23 5 อันดับอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุดก็จะล้อไปกับดัชนี SET50 ซึ่งประกอบด้วย 1) พลังงานและสาธารณูปโภค 25.31%, 2) ธนาคาร 12.04%, 3) ขนส่งและโลจิสติกส์ 9.98%, 4) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.47% และ 5) พาณิชย์ 8.99%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ในพอร์ต ได้แก่ DELTA 8.43%, AOT 8.14%, PTT 7.82%, PTTEP 5.54% และ ADVANC 5.54% ตามลำดับ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุนมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -40.03%


UGIS-A”...เฟ้น "ตราสารหนี้โลก" สร้างกระแสรายได้ที่สูง

อีกธีมร้อนแรงไม่แพ้กันในปีนี้เป็นกลุ่มของ “ตราสารหนี้โลก” ที่ตลาดมองว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงในขณะที่ความเสี่ยงไม่สูงมาก ถือเป็นจังหวะทองของการลงทุนที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่ใกล้จุดจบดอกเบี้ยขาขึ้นและกำลังจะตามมาด้วยวงจรดอกเบี้ยขาลง กลุ่ม “ตราสารหนี้โลก” ก็จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ทั้งจากดอกเบี้ยยังทรงตัวสูงนานกว่าคาด Higher for Longer” และดอกเบี้ยขาลงที่รออยู่ข้างหน้า


กองทุนในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ ได้แก่ UGIS-A: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (ชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ)” ของบลจ.ยูโอบี ที่เน้นลงทุนใน "ตราสารหนี้โลก" ที่หลากหลาย เพื่อสร้างกระแสรายได้ในระดับที่สูง ผ่านกองทุนหลัก ‘PIMCO GIS Income Fund (Class I)’ ที่บริหารจัดการโดย PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited ที่เชี่ยวชาญในการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก



หน้าตาพอร์ตกองทุนหลัก ณ วันที่ 30 ก.ย. 23 มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุน 4.44 ปี มีอัตราผลตอบแทน 6.38% และมีอันดับเครดิตเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ต AA-


“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย 1) Banks 8.3%, 2) Electric Utility 2.4%, 3) Aerospace/Defense 1.0%, 4) Satellites 0.8% และ 5) Healthcare 0.7% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุน UGIS-A มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -15.47%


ASP-SME”...คัดเน้นๆ "หุ้นขนาดกลาง-เล็ก" ของไทยที่เติบโตดี

มาต่อกันที่ ASP-SME: กองทุนเปิดแอสเซท พลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ของบลจ.แอสเซท พลัส ที่เป็นกองทุนหุ้นไทยสไตล์บริเชิงรุก (Active) เน้นใช้ฝีมือของผู้จัดการกองทุนในการคัดเลือกหุ้นเพื่อเอาชนะตลาดให้ได้เป็นสำคัญ โดยกองทุนเน้นลงทุนใน "หุ้นขนาดกลาง-เล็ก" พื้นฐานดี แนวโน้มธุรกิจเติบโตในตลาดหุ้นไทยเป็นสำคัญ



หน้าตาพอร์ต ณ วันที่ 29 ก.ย. 23 มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1) Food & Beverage 18.06%, 2) Market for alternative Investment 9.57%, 3) Banking 9.50%, 4) Commerce 8.25% และ 5) Property Development 7.77%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ในพอร์ต ได้แก่ SAPPE 6.90%, WHA 5.97%, TCAP 5.04%, ICHI 4.17% และ MOSHI 3.66% ตามลำดับ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุนมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -35.11%


DAOL-ALPHABONDS”...โฟกัส "ตราสารหนี้โลก" ตอบโจทย์ทุกภาวะตลาด

ปิดท้ายกันด้วย DAOL-ALPHABONDS: กองทุนเปิด ดาโอ อัลฟ่า บอนด์” กองทุนในกลุ่ม “ตราสารหนี้โลก” ของบลจ.ดาโอ ที่กำลังขาย IPO วันนี้ – 16 พ.ย. 23 นี้ ของบลจ.ดาโอ ที่เน้นลงทุนใน "ตราสารหนี้โลก" ที่มีคุณภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่าดัชนีชี้วัดเกิน 2% ต่อปี ผ่านกองทุนหลัก ‘DNCA INVEST – ALPHA BONDS FUND’ โดยบริษัทจัดการ DNCA INVEST มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการตราสารหนี้ในภูมิภาคยุโรป บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภายใต้ Natixis Bank ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส



“จุดเด่นของกองทุนคือ มีการควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยการบริหารความผันผวน (Volatility) ในกรอบไม่เกิน 5% ต่อปี อีกทั้งกลยุทธ์ยังมีความยืดหยุ่นในการปรับ Duration ที่สามารถปรับได้ตั้งแต่ -3 ถึง 7 ปี จึงเหมาะสมกับการลงทุนในทุกสภาวะตลาด”


นี่คือ 2 ธีมที่น่าสนใจในธีม “หุ้นถูก” อย่าง “ตลาดหุ้นไทย” และโอกาสทองในการลงทุนธีม “ตราสารหนี้โลก” ที่พร้อมจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในขณะที่ความเสี่ยงไม่สูงมากให้ได้ นี่เป็น “4 กองทุนเด่น” พฤศจิกา-ปีเถาะ ที่น่าจะเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’