"Aggressive Allocation" …อีกทางเลือกของคนต้องการผลตอบแทนจาก ‘หุ้น’ !!!

“กองทุนรวมผสม” หรือ Allocation Fund” หนึ่งในอีกกองทุนรวมที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน ที่ช่วยแก้ปัญหาการจัดพอร์ตโดยไม่ต้องเจอกับเรื่องความยุ่งยากที่จะต้องกระจายเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ด้วยตนเอง


จึงทำให้กองทุนรวมผสมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จากต้องการจะกระจายเงินลงทุน แต่กองทุนรวมประเภทนี้เองก็ได้มีการจัดกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบไปด้วย Aggressive Allocation, Moderate Allocation, Conservative Allocation และ Foreign Investment Allocation


ซึ่งความแตกต่างของแต่ละกองนั้น จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนการลงทุนใน “ตราสารทุน” หรือ “หุ้น” ที่มีความแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน จะเว้นแต่ Foreign Investment Allocation ที่ได้เปิดโอกาสการในหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติมขึ้น


แต่ถ้าจะพูดถึงกองทุนผสมก็คงต้องพูดถึง “กอง Aggressive Allocationที่เป็นขวัญใจนักลงทุนสายบู๊ทั้งหลาย เนื่องจากนโยบายที่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินตลอดจนการหาดอกผลด้วยวิธีอื่น โดยมีไว้ตราสารทุนได้ตั้งแต่ 0-100% จึงทำให้ในแง่ผลตอบแทนย่อมสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานของ “กองทุน Aggressive Allocationว่าตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน หน้าตาผลตอบแทนกลุ่มนี้เป็นเช่นไรและ 5 กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มมีอะไรบ้างมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



“กอง
HAPPY D5” แชมป์กลุ่มกอง ‘Aggressive Allocation’…โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 24.43%

โดย “กองทุนรวม Aggressive Allocation” ได้มีตัวเลือกให้แก่นักลงทุนถึง 78 กองทุน ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 เม.ย. 64) นั้นทุกกองล้วนมีผลตอบแทนเป็นบวกทั้งหมดแต่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้ดูแลกองทุน


สำหรับกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดมีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี แฮปปี้ ดี ไฟฟ์ ฟันด์ (HAPPY D5)” จาก บลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทน 24.43%


“ซึ่งนโยบายลงทุนจะมีความหลากหลายสินทรัพย์ไปด้วยตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้สามารถลงทุนได้ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง แต่ด้วยจุดเด่นของกองAggressive Allocationทำให้บริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งวันที่ 1 มีนาคม 64 สัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน(หุ้น) อยู่ที่ 94.02%





ถัดมาจาก บลจ.ทิสโก้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ เฟล็กซิเบิ้ล พลัส (TISCOFLEXP)” ด้วยผลตอบแทน 23.58%

“ตัวนโยบายการลงทุนนั้นจะมีกระจายเงินลงทุนของกองไปในตราสารแห่งทุน(หุ้น) ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดโดยสัดส่วนการลงทุนในปัจจุบัน (ณ วันที่ 1 มีนาคม 2564) ส่วนใหญ่จะเป็นตราสารทุน (หุ้น) อยู่ที่ 98.21%


อันดับที่ 3 และ 4 จะเป็นกองทุนจาก บลจ.ทาลิส ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดทาลิส เฟล็กซิเบิ้ล (TLFLEX)ซึ่งจะแตกต่างกันตรงที่ประเภทของกองทุนเท่านั้น โดยอีกหนึ่งกองเป็นประเภท RMF หรือในชื่อ “กองทุนเปิดทาลิส เฟล็กซิเบิ้ล เพื่อการเลี้ยงชีพ (TLFLEXRMF)” ด้วยผลตอบแทน 21.42% และ 21.21% ตามลำดับ


“ซึ่งตัวนโยบายส่วนใหญ่ของทั้ง 2 กองทุน ยังคงอิงการกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝากนั้น ยังครอบคลุมไปถึงหน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น”


รวมทั้งในหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ โดยกองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละประเภทในสัดส่วนตั้งแต่ 0 – 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์และสภาพตลาดในแต่ละช่วง


สุดท้าย “กองทุนเปิดกรุงไทย เฟล็กซิเบิ้ล ฟันด์ (KT-FLEX) จาก บลจ.กรุงไทย ด้วยผลตอบแทน 18.20%

“กองทุนมีนโยบายจะมีการกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตราสารแห่งทุน(หุ้น) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น การหาดอกหาผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ได้ในสัดส่วนตั้งแต่ 0 – 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


การลงทุนแบบ ‘Allocation’ หรือการกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการจัดสรรเงินลงทุนด้วยตัวเอง ส่วนความกังวลที่ว่าผลตอบแทนจะสู้กองทุนประเภทอื่นนั้น การลงทุนรูปแบบ ‘Aggressive Allocation’ ก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่า ถ้าหากเข้าใจผลิตภัณฑ์และเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ แล้ว จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 20 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 21 hours ago
Follow Us