“หุ้นไทย” สะดุด COVID-19 ระยะสั้น...เชื่อ ‘พร้อมทะยาน’ ช่วงครึ่งปีหลัง-มีลุ้น 1,700 จุด!!!
“ตลาดหุ้นไทย” ยังไม่พ้นวิบากกรรม กับชะตากรรมที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้อย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ถึงแม้ว่าแนวโน้มที่ผ่านมาจะดีขึ้นเรื่อยๆ ก็ตามและมีวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ออกมาแจกจ่ายบ้างแล้ว
แต่การระบาดระลอกใหม่ๆ นั้น ก็ยังได้มีออกมาให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง จึงทำให้ในตอนนี้คงพูดได้ไม่เต็มปากว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐ
ซึ่งการระบาดใน “ระลอกที่ 3” นั้น มีความรุนแรงค่อนข้างสูงด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการล็อกดาวน์ประเทศหรือเมืองใหญ่ๆ อีกครั้ง ซึ่งย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและคนอ่านกันในครั้งนี้
สถานการณ์ COVID-19 “ใกล้ถึงจุดพีค” ใน 1-2 สัปดาห์...อาจเห็นตลาด “เซอร์ไพรส์” ฟื้นตัวขึ้น
โดย “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส จำกัด ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศนั้นมีความคล้ายคลึงกับในต่างประเทศซึ่งตัวเลขของผู้ติดเชื้อ “ใกล้ถึงจุดพีค” ได้ภายในช่วง 1-2 สัปดาห์
%20(1).jpg)
(ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์)
“ซึ่งจากประสบการณ์ของรัฐบาลที่ต้องรับมือกับการระบาดในระลอกที่ผ่านมานั้น ก็คาดว่าจะยังสามารถควบคุมได้ จึงต้องติดตามการนำเข้าวัคซีนที่มีแผนจะนำเข้าในเดือนมิถุนายน 6 ล้านโดสและกรกฏาคม 10 ล้านโดส ซึ่งจะเข้าทำให้ฉีดให้แก่ผู้คนได้ในช่วงไตรมาส3/64 และ 4/64”
“ตลาดหุ้นไทย” ปีนี้ยังมีโอกาสลุ้นแตะ 1,700 จุด...รับแรงหนุนนักลงทุนหน้าใหม่
สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” จึงอาจเห็นการปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังหรือหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อถึงจุดพีคแล้ว ก็มีโอกาสทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ แม้ในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบให้ตลาดปรับตัวลดลง โดยจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นในต่างประเทศหลังจากผ่านช่วงสถานการณ์ดังกล่าวตลาดก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา
“อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนตลาดนั้น ตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ก็ได้มีนักลงทุนรายใหม่เพิ่มเข้ามาต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขผู้เปิดบัญชีที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง จึงทำให้สิ้นปีนี้มีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยไปถึง 1,600 – 1,700 จุดได้ แม้จะไม่มีฟันด์โฟลด์จากต่างชาติที่ยังกังวลต่อเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ช้ากว่าประเทศอื่นๆ”

ชู “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” น่าสนใจ...แต่ต้องคัดเลือกรายตัว
อยากแนะนำนักลงทุนที่สนใจหรือมองหาโอกาสการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” ให้ทยอยสะสมโดยให้น้ำหนักการลงทุนใน “หุ้นขนาดกลางและเล็ก” ด้วยโอกาสการเติบโตที่สูงหลังจากผ่านช่วงวิกฤตและราคาก็ยังไม่แพงมากนัก โดยควรคัดเลือกเป็นรายตัวเนื่องจากลงเป็นรายอุตสาหกรรมผลตอบแทนอาจไม่สูงนัก ด้วยพื้นฐานรายบริษัทที่ต่างกัน จึงทำให้การลงทุนเป็นรายตัวจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า
“หุ้นไทย” ต่อจากนี้จะเข้าสู่ ‘Bullish’ หลังแย่มาหลายปี
ฟาก “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด หากมองข้ามภาพตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นเชื่อว่าจะเข้า “ช่วงขาขึ้น (Bullish)” เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นแย่มากเป็นเวลาติดกันหลายปี
หัวใจหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลายตัว...เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น
รวมไปถึงปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลายๆ ปัจจัยเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น อย่างตัวเลข “ภาคการส่งออก”ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่พลิกกลับมาเป็นบวก หลังจากประเทศคู่ค้าหลายประเทศได้เริ่มคำสั่งซื้อสินค้าจำพวกอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้ามา

(คมสัน ผลานุสนธิ)
“ส่วน ‘ภาคการท่องเที่ยว’ ในต่างประเทศได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้คนซึ่งพอฉีดได้อย่างครอบคลุมก็จะทำให้กำลังซื้อต่างชาติที่อัดอั้นจะไหลเข้ามาในประเทศไทยได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าได้ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ในประเทศนั้นสามารถฉีดให้ผู้คนได้อย่างน้อย 40-50% ก็คาดว่าจะดังความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวได้เพิ่มเติม”
ขณะที่ “ภาคบริโภคในประเทศ” ยังคงต้องตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศว่าจะทำออกมาได้ต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด ซึ่งรัฐบาลยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือกลุ่มกำลังซื้อและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
หุ้นน่าสนใจ “ส่งออก-ท่องเที่ยว/ธีมกัญชง-กัญชา/ธีมกระแสโลก/พลังงานทดแทน-รถยนต์ EV”
จึงอยากแนะนำนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนให้ “ตลาดหุ้นไทย” ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวอย่างกลุ่มส่งออก กลุ่มท่องเที่ยว รวมไปถึงธีมที่กำลังได้รับความสนใจอย่างกัญชงและกัญชา และธีมที่อิงกระแสโลกอย่างพลังงานทดแทนและรถยนต์ EV
“การลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นไทย’ คงต้องยอมรับว่าการมองภาพแค่ในระยะสั้นอาจจะยังไม่ดีนัก ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีการระบาดระลอกใหม่ออกมาให้เห็นอยู่ แต่หากมองภาพในระยะยาวนั้นก็ถือว่ายังคงมีการน่าสนใจอยู่ไม่น้อย”
