“หุ้นไทย” 10 ปี ไม่ไปไหน ฉุดผลงาน “RMF-หุ้น” ต่ำเตี้ย +1.72% ต่อปี... “หุ้นสหรัฐ-หุ้นญี่ปุ่น” เด่นสุดทำได้ 7 – 9% ต่อปี ส่วน “หุ้นจีน” ติดลบกว่า -7% ต่อปี !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงานของกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น หรือ “RMF-หุ้น” กันบ้าง
ว่าในช่วง 10 ที่ผ่านมา การลงทุนระยะยาวในหุ้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีมากน้อยแค่ไหนกัน
ทั้งนี้พบว่า “RMF-หุ้น” จำนวน 40 กอง ที่มีผลงานถึง 10 ปีนั้น ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้เพียง +1.72% ต่อปีเท่านั้น ถือว่า “น่าผิดหวัง” พอสมควร
แต่ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ 83% ลงทุนใน “หุ้นไทย” ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนรวมหุ้นไทย (SET TRI) +3.20% ต่อปี เท่านั้น (ที่มา: morningstarthailand, ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ย. 23) จึงดึงให้ภาพรวมของกลุ่ม “RMF-หุ้น” ผลตอบแทนพลอยติดหล่มไปด้วย
ส่วน “RMF-หุ้น” ที่มีผลงานดีสุด-แย่สุด 9 อันดับนั้น เป็นกองไหนกันบ้างนั้น และภาพรวมผลงานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะเป็นยังไง ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้สรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

9 "RMF-หุ้น" ผลงาน 10 ปี ดีสุด ทำได้เฉลี่ย +5.43% ต่อปี…ส่วน “9 อันดับท้ายตาราง” ติดลบเฉลี่ย -1.35% ต่อปี
จากการสำรวจผลงานของกลุ่มกอง “RMF-หุ้น” ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า มี 40 กอง ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +1.72% ต่อปี มี 15 กอง คิดเป็น 38% ที่มีผลงานชนะค่าเฉลี่ยกลุ่ม ส่วนอีก 25 กองที่เหลือ คิดเป็น 63% ที่ผลงานแพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในจำนวนนี้มีกองทุนที่ผลงาน “ติดลบ” อยู่ 9 กอง
“กองที่มีผลงานดีสุดเป็นทำผลตอบแทนได้ +9.16% ต่อปี ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดติดลบ -6.83% ต่อปี หรือต่างกันอยู่ 15.99% ต่อปี ซึ่งเป็นกอง RMF-หุ้นที่เน้นลงทุนหุ้นต่างประเทศทั้งคู่ โดยส่วนใหญ่กว่า 83% นั้นจะลงทุนใน ‘หุ้นไทย’ ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยไม่ไปไหนบวกเพียง 3.20% ต่อปี เท่านั้น จึงฉุดภาพรวมของผลตอบแทนกลุ่ม ‘RMF-หุ้น’ ไปด้วยนั่นเอง”
สำหรับ 9 “RMF-หุ้น” ที่มีผลงาน 10 ปี ดีสุด ทำผลตอบแทนตั้งแต่ +3.07% ต่อปี ถึง +9.16% ต่อปี หรือเฉลี่ยทำได้ +5.43% ต่อปี โดยกองที่มีผลงานดีสุด 3 อันดับแรก เน้นลงทุน “หุ้นต่างประเทศ” ทั้งหมด ได้แก่
- “TMBUS500RMF” ของบลจ.อีสท์สปริง ลงหุ้นสหรัฐ 10 ปี +9.16% ต่อปี และเป็นกองที่มี “ผลงานสูงสุด” ของกลุ่มด้วย
- “TUSRMF-A” ของบลจ.ทิสโก้ ลงหุ้นสหรัฐเช่นเดียวกัน 10 ปี +8.59% ต่อปี
- และ “TJPRMF” ของบลจ.ทิสโก้เช่นกัน แต่ลงหุ้นญี่ปุ่น 10 ปี +6.94% ต่อปี
“มีกอง ‘THDRMF’ ของบลจ.ทิสโก้ ที่ลงทุนหุ้นไทยติดอันดับ 4 ที่ผลงานเกิน 5% ต่อปี ทำไปได้ +5.54% ต่อปี”

ส่วนกลุ่ม 9 “RMF-หุ้น” ผลงานท้ายตารางช่วง 10 ปี นั้น ทำผลตอบแทนติดลบตั้งแต่ -0.24% ต่อปี ถึง -6.83% ต่อปี หรือเฉลี่ยติดลบ -1.35% ต่อปี
ส่วนใหญ่ในกลุ่มท้ายตารางจะเป็นกลุ่มที่ลงทุน “หุ้นไทย” เป็นหลัก ที่ติดลบมากสุดกระโดดขึ้นมาชัดเจน ได้แก่ “TCHRMF” ของบลจ.ทิสโก้ ที่เน้นลงทุนหุ้นจีน H-Share ผ่านมา 10 ปี ผลตอบแทนติดลบ -6.83% ต่อปี
“กองหุ้นต่างประเทศอีกกองที่หลุดมาอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ “TAPRMF” ของบลจ.ทิสโก้เช่นเดียวกัน เน้นลงทุนหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) 10 ปี ติดลบ -0.55% ต่อปี”
ภาพรวมกอง “RMF-หุ้น” ผลงานช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อาจดู “น่าผิดหวัง” อยู่บ้าง ส่วนหนึ่งเพราะตลาด “หุ้นไทย” ไม่ไปไหนไกลย่ำอยู่กับที่จึงดึงภาพรวมให้ออกมาดูไม่สวยเท่าไรนัก แต่ “หุ้นต่างประเทศ” ทั้งสหรัฐและญี่ปุ่นทำได้ไม่เลว 10 ปี 7-9% ต่อปี เลยทีเดียว ตรงข้ามกับ “หุ้นจีน” ที่ 10 ปีที่ผ่านมา ยังคงติดลบอยู่เกือบ -7% ต่อปีเลยทีเดียว ใครจะลงทุนในหุ้นระยะยาวการกระจายการลงทุนอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าที่จะทุ่มทั้งหมดไว้ในไทยเพียงอย่างเดียว
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
