คว้าโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับ “ES-SETESG” พร้อม “ลดหย่อนภาษี” !!!
โดย: บลจ.อีสท์สปริง
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investing) ไม่ใช่เพียงแค่กระแสที่เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไป แต่เป็น “ทางรอด” ของโลกการลงทุนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพื่อก้าวไปมีส่วนร่วม “รักษ์โลก” ด้วยการสร้างผลกระทบในเชิงบวกและลดผลกระทบจากวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นแบบ “สุดขั้ว” ในปัจจุบัน
สะท้อนผ่านเม็ดเงินที่ไหลเข้าลงทุนผ่าน “กองทุนยั่งยืนทั่วโลก” เติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา จาก 41 พันล้านดอลลาร์ในปี2018 เพิ่มเป็น 403 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี2022 (ที่มา: Statistica as of Nov 2022)
ซึ่งประเทศไทยเองภาครัฐก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน โดยให้มีการจัดตั้ง “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาวในธุรกิจที่ให้ความสำคัญเรื่อง ESG ในไทย และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งเป็นข่าวดีส่งท้ายปี2023 เลยทีเดียว
โดยให้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมสำหรับผู้ลงทุน สามารถนำเงินลงทุนลดหย่อนภาษีได้สูงสุด “ไม่เกิน 30%” ของรายได้ สูงสุด “ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี”
ไม่ต้องไปรวมกับวงเงินเพื่อเกษียณ 500,000 บาท (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) + กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)+กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) + กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน,กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ)
แต่ต้องถือลงทุน 8 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน) และลงทุนปีไหนก็ใช้สิทธิปีนั้น ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องแต่ประการใด ที่สำคัญเริ่มใช้สิทธิได้เลยในปี2023 นี้ จนถึงปี 2032 (เป็นเวลา 10 ปี)
วันนี้ คุณก็สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลโลกง่ายๆ ผ่าน “ES-SETESG: กองทุนเปิดอีสท์ปริง SETESG” เพื่อร่วมเติบโตไปกับ “หุ้นยั่งยืนไทย” พร้อม “ลดหย่อนภาษี” ส่งท้ายปีไปพร้อมๆ กันได้เลย
โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบการลงทุน คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนสะสมมูลค่า (ES-SETESG-ThaiESG-A) และกองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล (ES-SETESG-ThaiESG-D)
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investing) เป็นแนวคิดการลงทุนที่ไม่ได้มองแค่มิติด้านกำไรเพียงอย่างเดียว หากแต่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ “ESG” เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวและสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้กับโลกของเรา
หลายคนอาจจะสงสัยว่า...แล้วบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนน่าสนใจยังไง แล้วจะสามารถสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีให้กับการลงทุนได้ยังไงกัน

ซึ่งจากสถิติย้อนหลังก็พบว่า “ดัชนีหุ้นยั่งยืน” ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า “ดัชนีทั่วไป” ทั้งในประเทศไทยเอง ที่ดัชนี “SETESG” ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า “SET TRI” ในช่วงย้อนหลัง 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี (ที่มา: Bloomberg as of 21 Nov 2023) หรือในตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐก็เป็นเช่นเดียวกัน โดยดัชนี “DJ Sustainability World Index” ก็ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า “DJ Global Index” ในช่วงเวลาย้อนหลัง 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ที่มา: Bloomberg as of 30 Nov 2023) เช่นเดียวกัน
“ดังนั้น การลงทุนใน ‘หุ้นยั่งยืน’ จึงมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนทั่วไปในระยะยาวได้ และที่สำคัญจากความตื่นรู้และตื่นตัวของนักลงทุนทั่วโลกนี้เอง ที่พร้อมจะนำเงินของตัวเองไปลงทุนกับบริษัทที่มีความรับผิดชอบและให้ความสำคัญต่อ ‘ESG’ มากกว่าบริษัทที่ไม่ให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้เลย จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนให้การลงทุนอย่างยั่งยืนเติบโตได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืนนั่นเอง
คว้าโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับ “ES-SETESG” พร้อม “ลดหย่อนภาษี
ด้วยความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกในเรื่องของ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investing) ทำให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวมีการพัฒนามากขึ้นตามไปด้วยเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ดียิ่งขึ้น
ในประเทศไทยเองทาง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ได้มีการจัดทำรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (THIS: Thailand Sustainability Investment) มาตั้งแต่ปี2015 แล้ว แต่เพื่อให้มีความเป็นสากลและชัดเจนเข้าใจง่าย ในปี2023 นี้ ได้เปลี่ยนมาเป็น “หุ้นยั่งยืน” (SET ESG Ratings) แทน พร้อมทั้งประกาศผลประเมินในรูปแบบ ESG Ratings เป็นปีแรก โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ AAA (คะแนนรวม 90 – 100), AA (คะแนนรวม 80 – 89), A (คะแนนรวม 65 – 79) และ BBB (คะแนนรวม 50 -64) ตามลำดับ

โดย “ES-SETESG: กองทุนเปิดอีสท์ปริง SETESG เป็นกองทุนสไตล์บริหารเชิงรับ (Passive Management) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่ให้ความสำคัญในเรื่อง ESG เต็มอัตรา (fully invested) โดยจะลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน
อีกทั้ง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี “SETESG” (SETESG Index) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่สำคัญยังมีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ เพียง 0.5% เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1725
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.อีสท์สปริง โทร. 1725 www.eastspring.co.th
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าว และควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน
