“ThaiESG-SSF-RMF” 3 กองประหยัดภาษี “สุดคุ้ม” ส่งท้ายปี... ได้ทั้ง “เซฟภาษี” & “โอกาสรับผลตอบแทนที่ดี” ระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของปีกันแล้ว ในช่วงเทศกาลลดหย่อนภาษีส่งท้ายปี2023 ซึ่งปีนี้สามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิได้ถึงวันพฤหัสที่ 28 ธ.ค. เป็นวันสุดท้าย ก็ยังพอมีเวลาให้ได้ตัดสินใจกัน
แต่ละบลจ.ก็จะมีเวลาให้ส่งคำสั่งซื้อกันภายในเวลาเท่าไร ของวันที่ทำการสุดท้าย เพื่อไม่ให้ผิดพลาดก็เช็กกับบลจแต่ละแห่งเอาไว้ก่อนก็จะดี จะได้ไม่หลุดไป
ซึ่งในปีนี้ กลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” (Tax Fund) ก็มีให้เลือกลงทุนแบบจุใจกันไปเลย ทั้ง “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF), “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ซึ่ง 2 กองนี้รวมกันสูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาท”
นอกจากนี้ ยังมี “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เพิ่มเติมมาอีก “ไม่เกิน 100,000 บาท” ต่างหาก ไม่ต้องไปนับรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณที่มีวงเงินรวมไว้ให้สูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาท” อีกด้วย
ซึ่งหากนับรวมกันทั้ง 2 ส่วนนี้ จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีรวมกันได้สูงสุดถึง “600,000 บาท” เลยทีเดียว
และทั้ง 3 กองประหยัดภาษีนี้ ก็เป็น “กองทุนเด่น” ที่ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ นำมาฝากกันในครั้งนี้
“กองทุนประหยัดภาษี” ทางเลือกสุดคุ้ม...ได้ทั้ง “ผลตอบแทน” และ “เซฟภาษี”
สำหรับกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” นั้น นอกจากนักลงทุนจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนแล้ว (ซึ่งขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นๆ เป็นสำคัญ) สิ่งที่ได้แน่ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงทุนก็คือ “ประโยชน์ทางภาษี” นั่นเอง
“อย่าลืมว่า ภาษีที่ประหยัดได้คิดเป็นผลตอบแทนกลับมาตาม ‘ฐานภาษี’ 5 – 35% ของแต่ละคนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นแต้มต่อที่สำคัญ นี่คือเหตุผลว่า...ทำไม ‘กองทุนประหยัดภาษี’ ทั้ง SSF, RMF และ ThaiESG จึงเป็นทางเลือกแรกที่นักลงทุนที่เสียภาษีควรลงทุน”
สำหรับ 3 “กองทุนเด่น” กลุ่มกองทุนประหยัดภาษี แบ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในกองทุนเพื่อเกษียณ 2 กอง ได้แก่ SSF และ RMF และเพิ่มเติมต่างหากอีก 1 กอง ได้แก่ ThaiESG
-“RMF: กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อเกษียณอายุ โดยลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ “30%” ของรายได้ สูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาท” โดยลงทุนปีไหนใช้ประโยชน์ปีนั้น แต่มีเงื่อนไขที่ต้อง “ลงทุนต่อเนื่อง” หรือลงทุนปีเว้นปีก็ได้ มีนโยบายลงทุนให้เลือกหลากหลายในทุกสินทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับนักลงทุนในระหว่างการลงทุน สามารถจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ได้เป็นอย่างดี
“โดยผู้ลงทุนต้องถือลงทุน 5 ปี ขึ้นไป (นับแบบวันชนวัน) และมีอายุ 55 ปี บริบูรณ์ จึงจะขายและได้รับยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนั้น ใครที่อายุ 50 ปี ใกล้จะเกษียณแล้ว ลงทุนกับกอง RMF ก็จะลงทุนต่อแค่ 5 ปี ก็สามารถขายได้ เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน”

-“SSF: กองทุนรวมเพื่อการออม” เป้าหมายเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว ให้นับรวมอยู่ในกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณ (RMF+SSF+ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)/ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)+ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)+ประกันบำนาญ) ซึ่งรวมกันแล้วต้อง “ไม่เกิน 500,000 บาท”
โดยเงินลงทุนในกอง SSF เพื่อลดหย่อนภาษีได้ “30%” ของรายได้ สูงสุด “ไม่เกิน 200,000 บาท” โดยลงทุนปีไหนใช้ประโยชน์ปีนั้น “ไม่ต้องลงทุนทุกปี” ยังสามารถใช้สิทธิได้ในปีนี้และปีหน้าอีก 1 ปี มีระยะเวลาการถือครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป (นับแบบวันชนวัน)
“กอง SSF มีนโยบายให้เลือกลงทุนหลากหลายทุกสินทรัพย์เช่นเดียวกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ลงทุนได้ปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ ใครที่มีอายุ 45 ปี จะลงทุนในกอง SSF หรือ RMF ก็ได้ แต่ถ้า RMF ต้องลงทุนต่อเนื่องเท่านั้นเอง”
-ปิดทเยกันด้วยกองทุนน้องใหม่ “ThaiESG: กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืในไทย ในกิจการที่อยู่ในกลุ่ม ESG เป็นวงเงินแยกต่างหากไม่นับรวมกับกองทุนเพื่อเกษียณแต่ประการใด
โดยเงินลงทุนในกอง ThaiESG เพื่อลดหย่อนภาษีได้ “30%” ของรายได้ สูงสุด “ไม่เกิน 100,000 บาท” โดยลงทุนปีไหนใช้ประโยชน์ปีนั้น “ไม่ต้องลงทุนทุกปี” สามารถลงทุนได้ตั้งแต่ปีนี้ไปถึงปี 2032 นักลงทุนต้องถือครองตั้งแต่ 8 ปี ขึ้นไป (นับแบบวันชนวัน)
“กอง ThaiESG ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเน้นลงทุนในหุ้น ESG ในตลาด SET, mai เป็นสำคัญ แต่ก็มีที่เป็นกองทุนผสมยั่งยืนและกองทุนตราสารหนี้ยั่งยืนให้เลือกลงทุนได้เช่นเดียวกัน และในอนาคตก็อาจจะมีการแตกนโยบายอื่นๆ เป็นทางเลือกเพิ่มเติมได้อีกด้วย”
เหลือเวลาอีกเพียง 3 วันก่อนสิ้นปี ที่ยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ผ่าน “กองทุนประหยัดภาษี” ทั้ง RMF, SSF และ ThaiESG ได้ ใครที่ใช้สิทธิได้ก็ไม่ควรละเลยและถือเป็นกองทุนแรกที่ควรเลือกลงทุนเลยทีเดียว ส่วนใครชอบกองทุนไหน เลือกที่ใช่ให้เหมาะกับเป้าหมายการเงินและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองด้วย จะได้ลงทุนอย่างมีความสุขสิ่งท้ายปีเก่า2023 นี้กัน
ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุน RMF, SSF และ THAIESG ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
