“KWI ASIAN SM” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาวด้วย... “หุ้นกลาง-เล็ก” ในภูมิภาคเอเชีย !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Asia Pacific Ex Japan” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้น” บริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย/แปซิฟิก
ตลาดหุ้นหลายประเทศเริ่มมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียอย่างตลาดหุ้นอินเดียที่ความเคลื่อนไหวของดัชนีมีความโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ
ทำให้เรดาร์การลงทุนของนักลงทุนหลายคนก็เริ่มเอนเอียงมาหา “ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย” ไม่ว่าจะเป็นในหุ้นรายตัวหรือกองทุนรวมในตราสารทุน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอหยิบยก “กองทุนรวมตราสารทุน” ที่ลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนกัน

“KWI ASIAN SM”...โฟกัส “หุ้นไซส์เล็ก” คุณภาพดีตลาดเอเชีย
โดยกองทุนที่เราจะพาไปรู้จักนั้นมีชื่อว่า “กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ” หรือ “KWI ASIAN SM” ที่มีความโดดเด่นทางด้านผลการดำเนินงานด้วยการบริการจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เคดับบลิวไอ จำกัด’ จนทำให้กองทุนดังกล่าวได้รับการการันตีจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็นกองทุน “5 ดาว”
ในส่วนของรายละเอียดกองทุนจะเป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศแบบฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนผ่านหน่วยลงทุนต่างประเทศ ซึ่งได้จัดตั้งในวันที่ 31 มกราคม 2555 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 28 ธันวามคม 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 248,542,324 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 21.34 บาทต่อหน่วย
“ทั้งนี้ กองทุนมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตในระยะยาวสำหรับผู้ที่สามารถลงทุนในระยะยาวและยอมรับความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยพอร์ตการลงทุนจะยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก”
สำหรับหน่วยลงทุนที่กองทุนเลือกเป็นกองทุนหลักก็คือ กองทุนหลัก “Manulife Global Fund – Asian Small Cap Equity Fund (Class I)” ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้น โดยกระจายการลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก

หน้าตาพอร์ต...สไตล์หุ้น “ขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง KWI ASIAN SM’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
โดยการจัดสรรเม็ดเงินการลงทุนแบ่งเป็นรายประเทศที่มีมูลค่าลงทุน 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 31 ต.ค. 23) ประกอบไปด้วย
-อินเดีย 19.17%
-ไต้หวัน 17.15%
-จีน 17.09%
-เกาหลีใต้ 14.45%
-ออสเตรเลีย 12.96%
โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด ( ณ วันที่ 30 พ.ย. 23) ประกอบด้วย
-Consumer Cyclical 24.58%
-Technology 21.60%
-Industrials 10.51%
-Basic Materials 10.13%
-Healthcare 9.61%

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน KWI ASIAN SM ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 23) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 6.66% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.99% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 14.36% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.93% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -33.07%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถลงทุนได้โดยไม่มีขั้นต่ำเช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายแต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน KWI Click for Funds
“สำหรับการลงทุนในภูมิภาคเอเชียในช่วงที่ผ่านมาอาจจะไม่ใช่ทางเลือกแรกๆ ของนักลงทุน แต่หากเลือกเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบาลานซ์ให้แก่พอร์ตการลงทุน ก็ถือเป็นตัวช่วยในการสร้างผลตอบแทนได้ในเวลาภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นขาขึ้นได้เช่นกัน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
