กอง “ThaiESG” 22 กอง มีขนาดเฉลี่ยเพียง 239 ล้านบาท... “K-TNZ-ThaiESG” แชมป์ใหญ่สุด 1,123 ล้านบาท !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สิ้นปี2023 ที่ผ่านมากันบ้าง
จากเป้าหมายที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่ด้วยเวลาขายที่กระชั้นสั้นประมาณ 2 อาทิตย์เท่านั้น ทำให้ 22 กองทุน จาก 16 บลจ. มี AUM รวมกันสิ้นปีเพียง 5,268 ล้านบาท พลาดเป้าไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว
น้อยกว่าครั้งเปิดเฉพาะกิจกอง SSFX ที่ระดมทุนเข้า “หุ้นไทย” โดยเฉพาะในปีนั้นได้เงินไปประมาณ 9,000 ล้านบาท
โดยกอง ThaiESG ทั้ง 22 กอง มี AUM เฉลี่ยเพียง 239.44 ล้านบาท เท่านั้น !!!
มีกองทุน 13 กอง คิดเป็น 59% ที่มีขนาดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในขณะที่อีก 9 กอง คิดเป็น 41% ที่มีขนาดใหญ่กว่าค่าเฉลี่ย
บทสรุปส่งท้ายปี2023 ของกลุ่มกอง “ThaiESG” ทั้ง 22 กอง จะเป็นเช่นไร ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้หมดแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

กอง "ThaiESG" หุ้นยั่งยืน AUM สิ้นปี23 มากสุด 3,947 ล้านบาท…“K-TNZ-ThaiESG” แชมป์ AUM ใหญ่สุด 1,122.74 ล้านบาท
สำหรับกอง “ThaiESG” หุ้นยั่งยืนนั้น เป็นกลุ่มใหญ่สุดมี 18 กองทุน AUM รวมกัน 3,946.89 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 75% ของทั้งหมด ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้จะเข้าไปลงทุนในหุ้นยั่งยืนในตลาดหุ้นไทยทั้งใน SET, mai ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV เพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนในไทยนั่นเอง
ในส่วนของกลุ่มกอง “ThaiESG” ยังแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่
-“Equity General” มี 14 กอง AUM รวมกัน 3,504.77 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 67% ของทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มใหญ่สุด โดยกองทุนที่ใหญ่สุดในกลุ่มนี้และเป็นกองทุนที่ใหญ่สุดที่เกินระดับ 1 พันล้านบาท เพียงกองเดียวในอุตสาหกรรม ได้แก่ “K-TNZ-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย มี AUM 1,122.74 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งกว่า 21% เลยทีเดียว
- “Equity Large Cap” มี 4 กอง AUM รวม 442.12 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8% ของทั้งหมด โดยกองทุนที่ใหญ่สุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ “ES-SETESG” ของบลจ.อีสท์สปริง มี AUM 255.55 ล้านบาท

กอง "ThaiESG" ผสมยั่งยืน ปี23 AUM 839 ล้านบาท...“SCBTM” ใหญ่สุดของกลุ่ม 544.22 ล้านบาท
กอง “ThaiESG” ผสมยั่งยืน มีด้วยกัน 3 กอง มี AUM รวมกัน 839.47 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16% ของทั้งหมด ซึ่งเม็ดเงินในกลุ่มนี้ “ไม่ต่ำกว่า 65%” ก็จะเข้าไปลงทุนในหุ้นยั่งยืนเช่นเดียวกัน โดยกองทุนที่ใหญ่สุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ “SCBTM” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ มี AUM 544.22 ล้านบาท
กอง "ThaiESG" ตราสารหนี้ยั่งยืน ปี23 AUM 481 ล้านบาท...“KKP GB THAI ESG” ใหญ่สุด 481.38 ล้านบาท
ปิดท้ายด้วยกลุ่มกอง “ThaiESG” ตราสารหนี้ยั่งยืน ซึ่งมีเพียง 1 กอง ได้แก่ “KKP GB THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร มี AUM 481.38 ล้านบาท

“ทั้งนี้ พบว่า 5 บลจ.ที่มีกอง ThaiESG มากสุด 5 อันดับแรก มีส่วนแบ่งรวมกันถึง 80% เลยทีเดียว ประกอบด้วย 1) “บลจ.ไทยพาณิชย์” AUM 1,127.32 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 21%, 2) “บลจ.กสิกรไทย” AUM 1,122.74 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 21%, 3) “บลจ.บัวหลวง” AUM 817.56 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 16%, 4) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” AUM 570.74 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 11% และ 5) “บลจ.กรุงไทย” AUM 551.60 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 10% ตามลำดับ”
แม้ปี2023 “กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) ทั้ง 22 กอง จาก 16 บลจ. จะปิด AUM ได้เพียง 5,268 ล้านบาท พลาดเป้าไปกว่าครึ่ง แต่ในปี2024 ที่มีระยะเวลาขายเต็มปี และโอกาสลงทุนเพื่อส่งเสริมการลงทุนยั่งยืนในไทย พร้อม “เซฟภาษี” ต่างหากอีก 100,000 บาท ก็น่าจะมีลุ้นยอดลงทุนเฉลี่ยตามเป้าได้ 1 หมื่นล้านบาท บวกลบได้เช่นกัน
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม
