ปี23 “กองหุ้นเทคฯ” แชมป์ผลงานดีสุด +217.97% ส่วน “กองหุ้นจีน” ผลงานแย่สุด -41.39%... “กองทุนไทย” ติดโผกองทุนผลงานยอดแย่ถึง 3 ประเภท !!!
สาระ Fund วันละนิด: ผ่านไปแล้วสำหรับ “ปีเถาะ-2023” ถือเป็นปีกระต่ายแสนกล เป็นปีที่วุ่นวายในโลกการลงทุนอีกปีหนึ่งแต่ในภาพรวมก็ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา
จากการสำรวจผลงานกองทุนแต่ละประเภทในปี23 ที่ผ่านมานั้น โดยใช้กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ของแต่ละประเภทเป็นตัวแทนของกลุ่ม พบว่า กองทุนที่มี “ผลงานดีสุด” (The Best) ในปี23 ที่ผ่านมา สามารถทำผลตอบแทนได้ถึง +217.97% หรือ 2 เท่า เลยทีเดียว ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นเทคโนโลยี” นั่นเอง
ส่วนกองทุนที่มี “ผลงานแย่ที่สุด” (The Worst) ทำผลตอบแทนดิ่งติดลบไป -41.39% ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นจีน” นั่นเอง
สำหรับกองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ทั้ง 15 กองในปี23 เป็นกองทุนในกลถ่มไหนบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้รวบรวมเอาไว้แล้ว ตามไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย
8 กองทุนผลงานดีสุดปี23 โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +70%...“กองหุ้นเทคฯ” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +217.97%
เริ่มต้นกันที่ 8 กองทุนที่มี “ผลงานดีสุด” ในปี23 ที่ผ่านมานั้น จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ พบว่าทำผลตอบแทนได้มากกว่า 20% ทุกประเภท และทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้กว่า +70% เลยทีเดียว (ในขณะที่ 7 กองทุนที่มีผลงานดีสุดปีก่อนทำได้เฉลี่ย +17.35% เท่านั้น)
โดยทั้ง 8 กองนั้น มาจากกลุ่มกองหุ้นทั้งหมด แบ่งเป็นหุ้นในธีมกี่ยวกับเทคโนโลยี 4 กอง ได้แก่
- “กองหุ้นเทคโนโลยี” ได้แก่ ASP-DIGIBLOC-SSF ของบลจ.แอสเซท พลัส ทำผลตอบแทนได้ +217.97% และเป็นกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุดในปี23 ที่ผ่านมาด้วย

- “Miscellaneous” โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดในกลุ่มนี้ก็อิงเทคโนโลยีเช่นกัน ได้แก่ LHBLOCKCHAIN ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +88.93%
- “กองหุ้นโลก” ได้แก่ SCBINNO(SSFE) ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +58.29% ที่อิงกับหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเช่นเดียวกัน
- “กองหุ้นสหรัฐ” ได้แก่ MEGA10RMF ของบลจ.ทาลิส +52.13%
อีก 4 กอง จะเป็นธีมภูมิภาคและประเทศเป็นหลัก ประกอบด้วย
- “กองหุ้นญี่ปุ่น” ได้แก่ KFJPINDX-I ของบลจ.กรุงศรี +47.24%
- “กองหุ้นตลาดเกิดใหม่” ได้แก่ KWI EE EURO ของบลจ.เคดับบลิวไอ +47.22%
- “กองหุ้นอินเดีย” ได้แก่ TISCOINA-A ของบลจ.ทิสโก้ +24.43%
- “กองหุ้นยุโรป” ได้แก่ KF-EUROPE ของบลจ.กรุงศรี +23.05%
7 กองทุนผลงานดิ่งหนักปี23 ติดลบเฉลี่ยกว่า -26%”...กลุ่ม “กองหุ้นจีน” แชมป์ผลตอบแทน ‘แย่สุด’ -41.39%
ส่วน 7 กองทุนที่มีผลงาน “แย่สุด” ในปี23 ที่ผ่านมานั้น ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -25.74% เรียกว่าติดลบกว่า -20% เกือบทั้งหมด แต่ก็ยังเป็นภาพที่ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ซึ่ง 7 กองทุนที่มีผลงานแย่สุดในปีที่ผ่านมาทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบถึง -52.90% เลยทีเดียว ดังนั้น ในภาพรวมก็ถือว่าแนวโน้มการลงทุนดีขึ้นก็คงไม่ผิดนัก
แต่ที่ไม่น่าประทับใจเพราะมี “กองทุนไทย” ติดทำเนียบเข้ามาถึง 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ กองหุ้นทั่วไป, กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และ Aggressive Allocation ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นไทยในปีที่ผ่านมาที่ติดลบไปกว่า -15% เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนแย่ติดอันดับโลกตลาดหนึ่งเลยทีเดียว
ทั้ง 7 กองทุน ที่มีผลงานแย่สุดในปี23 ที่ผ่านมานั้น เป็นกองหุ้นทั้งหมด ประกอบด้วย
- “กองหุ้นจีน” ได้แก่ UCI-SSF ของบลจ.ยูโอบี ผลตอบแทนติดลบ -41.39% และเป็นกองทุนที่ติดลบหนักสุดในปีที่ผ่านมาด้วย
- “กองหุ้นโลก” ได้แก่ MCANN ของบลจ.เอ็มเอฟซี -31.05% ที่เน้นลงทุนในธีมกัญชาทั่วโลกนั่นเอง

- “กองหุ้นทั่วไป” ได้แก่ SCBSEP ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -24.58% ที่ลงทุนในหุ้นไทยได้แบบไร้ข้อจำกัดมีความยืดหยุ่นในการลงทุนสูง
- “กองหุ้นสุขภาพ” ได้แก่ UCHI ของบลจ.ยูโอบี -23.23%
- “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ได้แก่ SCBMSEP ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -21.82%
- “Aggressive Allocation” ได้แก่ ONE-POWER-ND ของบลจ.วรรณ -20.70%
- “Miscellaneous” ได้แก่ MDIVA-ID ของบลจ.เอ็มเอฟซี -17.43% ที่เน้นลงทุนในหุ้นเอเชียเป็นสำคัญ
ผ่านกันไปแล้ว กับ 15 ที่สุด “กองทุนแห่งปีเถาะ-2023” ทั้งฝั่งที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ซึ่งโดยภาพรวมถือว่ามีพัฒนาการในเชิงบวก ที่บวกก็บวกมากขึ้น ที่ติดลบก็ติดลบน้อยลง แต่ไม่มีใครรู้ว่าปีนี้สินทรัพย์ไหนจะ “ปัง” หรือ “แป๊ก” ดังนั้น “การกระจายการลงทุน (Asset Allocation)” ยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีสำหรับนักลงทุนอยู่นั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
