“กอง KTSUK-A”...กองทุนผสมแบบเสี่ยงต่ำ...ตอบโจทย์ ‘คนไม่ชอบเสี่ยง’ !!!
ในบางครั้งตัดสินใจการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจ ด้วยปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ที่อาจจะแตกต่างกันออกกันอย่างสิ้นเชิง
ทำให้การจะเข้าใจถึงปัจจัยที่จะมีผลต่อสินทรัพย์ให้มูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง จำเป็นจะต้องใช้เวลามากในการศึกษาเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถวางแผนการลงทุนได้ตามเป้าหมายแต่ละบุคคล
จึงมีนักลงทุนไม่น้อยที่ใช้โอกาสการลุงรูปแบบ “กระจายการลงทุน (Asset Allocation)” ในหลากหลายสินทรัพย์ ที่ในตลาดได้มีตัวเลือกอย่าง “กองทุนรวมผสม (Allocation Fund)” ที่สามารถกระจายลงทุนหลากสินทรัพย์ ไปจนถึงกระจายลงทุนในหลากกองทุนได้ภายในกองทุนเดียวด้วยเช่นกัน
วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากเอาใจนักลงทุนสายกลางดังกล่าว โดยการเสนอข้อมูล “กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ “KTSUK-A” ที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“กอง KTSUK-A” ไม่เสี่ยงมาก....โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 3 ปี 2.56% ต่อปี
“กองทุนผสม (Allocation Fund)” จริงๆ แล้ว เป็นทางเลือกที่ “สำเร็จรูป” ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง เช่น กลุ่มลูกค้าเงินฝาก แต่ไม่อยากทนรับดอกเบี้ยต่ำต่อไป อยากจะขยับไปหาทางเลือกอะไรที่ได้ผลตอบแทนดีขึ้นมาหน่อย แต่ไม่เสี่ยงมากเกินไป สไตล์คน “ไม่ชอบเสี่ยง”
หรือนักลงทุนที่ไม่อยากเสี่ยงเกินไป เหมือนความเสี่ยงลงทุนในหุ้น 100% ก็สามารถขยับปรับลงมาลงทุนกับ “กองทุนผสม (Allocation Fund)” ได้เช่นกัน เรียกว่า...ไม่อยากเสี่ยงมากเท่าหุ้น แต่ผลตอบแทนดีๆ ก็ยังอยากได้ กองทุนผสมนี้ก็ตอบโจทย์
เพียงแต่...จะเสี่ยง ‘มาก’ หรือ ‘น้อย’ ขึ้นกับ “สัดส่วนของหุ้น” ที่ผสมไว้ในกองทุนผสมแต่ละประเภทด้วยนั่นเอง

สำหรับ “กองทุนรวมผสม” ประเภท ‘Fund of Funds’ ที่จะมาพูดถึงกันในครั้งนี้ มาจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ “KTSUK-A” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2561 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 เมษายน 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 1,875,691,130 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.88 บาทต่อหน่วย
“ตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้น อย่างที่กล่าวไว้ว่าเป็นกองทุนผสมประเภท ‘Fund of Funds’ ยังเป็นกองที่สามารถลงกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ.เดียวกัน (Cross Investing Fund) จึงทำให้การลงทุนทั้งในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน property (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวมีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารทุน ตราสารหนี้ ทรัพย์สินทางเลือก และหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมายที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด”
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกิน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยสิ้นเดือนมี.ค.64 กองทุนลงทุนใน
-หน่วยลงทุนตราสารหนี้ 75.04%
-หน่วยลงทุนตราสารทุน 14.60%

“ซึ่งผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน KTSUK-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.56% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ 3.00% ต่อปี ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.07%ต่อปี โดยสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่อยู่ที่ 0.12% ต่อปี ส่วนผลขาดทุนสูงสุดในรอบ 5 ปี อยู่ที่ -4.65% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับไม่สูงตามนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนผสมแบบไม่เสี่ยงมากนั่นเอง”
เงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำของ ‘กองทุน KTSUK-A’ ในครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำนั้นไม่กำหนด โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วัน ทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
ส่วนช่องทางการซื้อขายของกองนั้น สามารถทำได้ผ่านธนาคารกรุงไทย และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น รวมไปถึงช่องทางออนไลน์ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“นักลงทุนที่สนใจจะกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยส่วนผสมไม่มีรสจัดจ้านจนเกินไป มีส่วนผสมของ ‘หุ้น’ เพียงเล็กน้อย พอจะอัพผลตอบแทนให้ขึ้นมายืนเหนือเงินฝากได้อย่างโดดเด่น ‘กองทุน KTSUK-A’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเลือกที่จะใช้พิจารณา ที่แม้ว่าผลตอบแทนอาจจะไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกองประเภทอื่นแต่ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ใช้ไม่สูงมากก็สามารถกระจายลงทุนได้หลากหลายก็อาจจะตอบโจทย์นักลงทุนเฉพาะกลุ่มได้เป็นอย่างดี”
