ชี้ “หุ้นญี่ปุ่น” น่าสนใจ...บริษัทมีฐานการเงินมั่นคง-รัฐยังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง !!!
“ญี่ปุ่น” กลับมาอยู่ในสายตาของชาวโลกอีกครั้ง จากมหกรรมกีฬา “โตเกียว โอลิมปิก 2021” ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนก.ค.21 นี้ หากไม่มีเหตุสุดวิสัยใดจาก COVID-19 มาทำให้ต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง
แต่ในแง่ของ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เองก็น่าสนใจไม่แพ้กันปีนี้ ‘ดัชนี Nikkei225’ บวกขึ้นมาประมาณ 7.7% (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พ.ค. 21) อยู่ที่ระดับ 29,357.75 จุด
“รัฐบาลญี่ปุ่น” ยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาใช้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นฐานบริษัทในญี่ปุ่นเองก็มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และตลาดหุ้นก็ยังถูกกว่าตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ ด้วย
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทให้ฟังกัน
ชี้ “หุ้นญี่ปุ่น” ยังถูกกว่าตลาดพัฒนาอื่น...บริษัทมีความมั่นคงทางการเงินสูง
โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ จำกัด บอกว่า การจัดสรรเงินเพื่อกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศช่วงนี้ ยังเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทยังคงแนะนำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมีมุมมองเชิงบวกในตลาดหุ้นแถบเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่น โดยมองว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” จะพลิกฟื้นกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง หลังวิกฤติ COVID-19 เนื่องจากศักยภาพที่เป็นประเทศด้านเทคโนโลยีแห่งเอเชียอยู่ก่อนแล้ว โดยมีหลายบริษัทของประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรม Autonomous โดยเฉพาะเครื่องจักรกลโรงงาน รวมถึง ตลาด Digital Information นับว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพที่ดี ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล หรือแม้แต่ตลาดด้านสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมทั้งในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ จุดเด่นที่น่าสนใจของบริษัทจดทะเบียน คือ ฐานะทางการเงินที่มั่นคง และที่สำคัญ คือมีมูลค่าต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว

(พจน์ หะริณสุต)
“บริษัทจดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น ยังมีความน่าสนใจซ่อนอยู่ ที่ผ่านมาบริษัทในญี่ปุ่นอาจจะยังใช้ศักยภาพด้านดิจิตอลไม่เต็มที่ เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ปัจจุบันนี้บริษัทญี่ปุ่นที่ได้ปรับตัวใช้เทคโนโลยีต่างๆ แล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ซึ่งน้อยกว่าในสหรัฐ ที่กว่าครึ่งธุรกิจใช้เทคโนโลยีดิจิตอลแล้ว หรือคิดสัดส่วนประมาณ 55%”
โดยบริษัทญี่ปุ่นมีแนวโน้มในการนำระบบเทคโนโลยี AI และ IoT ต่างมาใช้เพิ่มมาขึ้นต่อเนื่อง จากประมาณ 29% ในปี 2019 มาอยู่ที่ประมาณ 34% ในปี 2020 สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการเติบโตของบริษัทอีกมากในระยะข้างหน้า นอกจากนี้การปรับโครงสร้างองค์กร เช่น การทำ M&A หรือการขายสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักออกไป อาจเป็นส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้แก่บริษัทญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“ในภาพรวมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีระดับเงินสดที่สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นสหรัฐ และยุโรป โดยบริษัทจดทะเบียนใน ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ มีระดับการเงินสดโดยอยู่ที่ประมาณ 56% ขณะที่บริษัทจดทะเบียนใน ‘ดัชนี S&P 500’ และ ‘ดัชนี STOXX600’ มีระดับการเงินสดอยู่ราว 18% และ 15% อีกทั้งคาดการณ์ EPS Growth ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเทียบกับตลาดที่พัฒนาแล้วข้างต้นอยู่ที่ 22%, 32% และ 34% ตามลำดับ”
ปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด มองว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้น ได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังมูลค่า 117 ล้านล้านเยน รวมถึงการได้เข้าซื้อ ETFs และ JPREITs เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับการตลาดการเงิน นอกจากนี้ ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“ส่วนตลาดหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์นั้น ยังคงมองว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวดีต่อเนื่องจากเศรษฐกิจในหลายประเทศที่เริ่มกลับมาดำเนินได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ Covid-19 นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ เป็นผลดีต่อกระแสเงินสดของตัวบริษัท รวมถึงทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับที่สูงขึ้นและมีความน่าสนใจในการลงทุน”
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วที่ราคายังไม่แพงและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เชื่อว่า “หุ้นญี่ปุ่น” ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าจะเติมเต็มพอร์ตการลงทุนให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย
