ชี้โฟลว์ไหลเข้า “กองหุ้นทั่วโลก”...รับเศรษฐกิจโลกฟื้น !!!
หลักทรัพย์อย่าง “ตราสารทุน (หุ้น)” เป็นสินทรัพย์อันดับต้นๆ ที่นักลงทุนให้น้ำหนักการลงทุน เพราะปกติราคาหุ้นจะปรับตัวไปได้ในทิศทางเดียวกันกับการเติบโตของกำไรบริษัท เสมือนหนึ่งการลงทุนในบริษัทนั้นจริงๆ กับกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานที่มีความมั่นคงแข็งแกร่ง
แต่การจะลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงอย่างเดียว ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงพอที่จะทำให้เกิดการขาดทุนได้เช่นกัน ด้วยความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ที่มีการปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดซึ่งเป็นบุคลิกหนึ่งของหุ้น คือ ‘ความผันผวนสูง’ แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสของ ‘ผลตอบแทนคาดหวังที่สูง’ กว่าสินทรัพย์อื่นเช่นเดียวกัน
ทำให้การ “กระจายความเสี่ยง” ในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกระจายในหลากหลายสินทรัพย์ หรือกระจายภายในสินทรัพย์เดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกด้วยเช่นกัน
แต่ก็ต้องยอมแลกกับการผลตอบแทนที่น้อยลงด้วยเช่นกัน จึงมีนักลงทุนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตว่าการลงทุนอย่างหุ้นนั้น วิธีการลงทุนรูปแบบใดถึงจะเหมาะสมหรือให้สอดคล้องตามภาวะตลาดในขณะนั้น
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอนำเสนอมุมมองการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีต่อ “หุ้นทั่วโลก” มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและคนอ่านกันในครั้งนี้
ฟันด์โฟลว์หนุนหุ้นทั่วโลกบวก...รับข่าวดีวัคซีนต้าน COVID-19
โดยเริ่มที่ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้ จำกัด ได้ให้มุมมองว่าในช่วงที่ผ่านมา “หุ้นทั่วโลก” ได้มีฟันด์โฟลว์ไหลเข้า ตอบรับข่าวดีอย่างการของวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ที่ได้เริ่มมีการแจกจ่ายและฉีดให้ประชาชนในประเทศต่างๆ

(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ซึ่งทำให้ตลาดคาดหวังกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่จะพลิกกลับมาเป็นในช่วงระยะกลางถึงยาว ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังออกมาต่อเนื่องที่คล้ายคลึงกันทุกประเทศและมาตรการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปอีกระยะยาวของธนาคารกลางประเทศ จะยังช่วยสนับสนุนให้ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่องและทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นต่อ”
“ระยะสั้น” การกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก...ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ‘ช่วยลดความเสี่ยง’
แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันตลาดหุ้นก็ยังมีความเสี่ยง อย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ในบางประเทศยังต้องเจอความเสี่ยงดังกล่าวอยู่ จึงมองว่าการลงทุนในหุ้นต่างประเทศยังคงต้องกระจายตัวในหลากหลายเนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศนั้นไม่เท่ากัน

แนะนักลงทุน “ระยะยาว”...ลงทุนหุ้นรับเทรนด์เศรษฐกิจฟื้น
ส่วนในระยะยาวหุ้นที่น่าสนใจหรือที่จะได้รับประโยชน์จากเทรนด์การฟื้นของเศรษฐกิจ ประกอบไปด้วย ‘หุ้นสหรัฐฯ’ ที่ในช่วงสิ้นปีทางรัฐบาลได้ประกาศว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้ครบ 100% รวมไปถึงหุ้นที่ยัง Laggard อย่าง ‘หุ้นยุโรป’, ‘หุ้นญี่ปุ่น’ ที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวแต่ต้องใช้ระยะพอสมควร
การปรับขึ้นของ “หุ้นทั่วโลก” ในปีนี้...เป็น “ซีเล็คทีฟ” มากขึ้น
ฟาก “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองที่ต่างออกไปว่า แนวโน้มการปรับตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกในปีนี้จะเป็น “ซีเล็คทีฟ (Selective)” มากขึ้น โดยอาจเป็นแบบรายภูมิภาคหรือลงลึกเป็นรายประเทศ

(คมสัน ผลานุสนธิ)
“เนื่องด้วยน้ำหนักหรือมูลค่าหุ้นบางประเทศที่สัดส่วนค่อนข้างสูงในภูมิภาคนั้นก็ยังมีความเสี่ยง อย่างความผันผวนของตลาด สะท้อนจาก ‘หุ้นจีน’ ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลงก็ทำให้กลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ปรับตัวลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันตลาด ‘หุ้นเวียดนาม’ ก็ได้มีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นอาเซียนปรับตัวขึ้นตามไปด้วย”
แนะการลงทุนควร “โฟกัสเป็นรายประเทศ”...จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า
จึงอยากแนะนำนักลงทุนว่าการลงทุนในรูปแบบ “หุ้นทั่วโลก” หรือ “กองทุนหุ้นทั่วโลก” อาจจะกว้างเกินไป โดยให้โฟกัสการลงทุนเป็นรายประเทศ เป็นกลุ่ม และเป็นธีมการลงทุนไป จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านผลตอบแทนของหุ้นทั่วโลกจะมีการปรับตัวขึ้นมาบ้าง
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหรือแนะนำนั้น เป็นกลุ่มหุ้น Old Economy อย่างหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากเทรนด์ดอกเบี้ยพันธบัตรที่เริ่มปรับตัวขึ้นและเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น รวมไปถึงหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเมือง ที่จะเริ่มเฟอร์ฟอร์มได้ ด้วยวัฏจักรของธุรกิจ
“จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญนั้น ‘ตลาดหุ้น’ ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจอันดับต้นๆ ด้วยแนวโน้มของราคาหลักทรัพย์ที่ยังไปต่อได้จากปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุน เพียงแต่ว่ารูปแบบการลงทุนที่จะแสวงหาโอกาสสร้างผลตอบแทนหรือปิดความเสี่ยงนั้น ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนแต่ละบุคคลว่ามีความชอบในรูปแบบใด”
