“กองทุน FIF” ปี23 AUM แตะ 1.05 ล้านล้านบาท โตแรง +13.98%... “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” แชมป์โตสุด +539.91% “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -16.02% “บลจ.กสิกรไทย” ส่วนแบ่งมากสุด 20.78% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องการเติบโตของ “กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ” (Foreign Investment Fund: FIF) ในปี2023 ที่ผ่านมากันบ้าง เพราะถือเป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับนักลงทุนไทยที่จะติดปีกเงินบาทไปลงทุนในตลาดการลงทุนทั่วโลกกัน
ในปีที่ผ่านมา “หุ้นไทย” ดิ่งหนักกว่า -15% “ต่างชาติ” เทขายหุ้นทิ้งไปกว่า 1.92 แสนล้านบาท และขายตราสารหนี้ไปกว่า 1.47 แสนล้านบาท ทำเหมือนตลาดไทยไร้เสน่ห์ก็ไม่ปาน
แต่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกหากโอกาสลงทุนนอกประเทศไทยมีอยู่และน่าสนใจกว่าโดยเปรียบเทียบ “นักลงทุนไทย” เองก็ขนเงินไปลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุน FIF ในปีที่ผ่านมาไม่ใช่น้อยเช่นกัน
จนทำให้สินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ของกองทุน FIF สิ้นปี2023 ทะยานแตะ 1.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +13.98% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.28 แสนล้านบาท เช่นเดียวกัน !!!
ทั้ง 21 บลจ. มีการเติบโตของกองทุน FIF มากน้อยแตกต่างกันออกไป บทสรุปในปี2023 ที่ผ่านมาเป็นเช่นไรนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้สรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“FIF” ปี23 โตแรง +13.98% AUM แตะ 1.05 ล้านล้านบาท...“FIF-ตราสารหนี้” โตสุด +21.77% ส่วน “FIF-หุ้น” ส่วนแบ่งมากสุดกว่าครึ่ง 48.41%
เมื่อโลกการลงทุนไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในประเทศไทยอีกต่อไป การติดปีกเงินบาทไปลงทุนต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใครๆ ก็ทำได้ผ่านกองทุน FIF จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นการกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกรงของกองทุน FIF อีกครั้งในปีที่ผ่านมา
จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า ในปี2023 ที่ผ่านมานั้น มี 21 บลจ.ที่นำเสนอโพรดักท์นี้ มีกองทุน FIF ให้เลือกกว่า 1,150 กอง มี AUM รวมกันทั้งสิ้น 1,046,151.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +13.98% จากสิ้นปีก่อน โดยมีการเติบโตขึ้นในทุกประเภททั้ง หุ้น +12.10%, ตราสารหนี้ +21.77%, ผสม +1.75% และอื่นๆ +20.03%

“ทั้งนี้พบว่า ‘กอง FIF-หุ้น’ เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากสุดด้วย AUM 5.06 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 48.41% ตามมาด้วย ‘FIF-ตราสารหนี้’ มี AUM 3.63 แสนล้านบาท สัดส่วน 34.78% ซึ่งภาพจะตรงข้ามกับสินทรัพย์การลงทุนในกองทุนรวมในประเทศไทยเองที่ส่วนใหญ่จะเป็นตราสารหนี้ สะท้อนถึงกลุ่มนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจ รับความเสี่ยงได้ และมองหาโอกาสการลงทุนที่ดีกว่าในโลกนอกเหนือจากที่มีอยู่ในประเทศไทยเอง”
“บลจ.บางกอกแคปปิตอล” แชมป์กอง FIF ปี23 โตสุด +539.91%, “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -16.02% ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” ส่วนแบ่งมากสุด 20.78%
โดยใน 21 บลจ.นั้น มี 12 บลจ.คิดเป็น 57% จากทั้งหมด ที่มีการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม และมี 9 บลจ.คิดเป็น 43% ที่โตแพ้อุตสาหกรรม ในจำนวนนี้มี 6 บลจ. ที่มีการเติบโตลดลง
สำหรับ 6 บลจ. ที่มีกองทุน FIF เติบโตมากสุดในปี23 นั้น โตมากกว่า +30% ทุกสิ้น หรือโตเฉลี่ยสูงถึง +202.49% นำมาโดยอันดับ1) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” +539.91%, 2) “บลจ.พรินซิเพิล” +401.61%, 3) “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” +119.21%, 4) “บลจ.ทาลิส” +65.42%, 5) “บลจ.เอไอเอ” +55.64% และ “บลจ.กรุงไทย” +33.16%

ส่วน 6 บลจ. ที่มีกองทุน FIF โตลดลงนั้น ลดลงเฉลี่ย -7.02% ประกอบด้วย 1) “บลจ.ฟิลลิป” -16.02%, 2) “บลจ.ไทยพาณิชย์” -14.55%, 3) “บลจ.ดาโอ” -4.87%, 4) “บลจ.แอสเซท พลัส” -3.11%, 5) “บลจ.อีสท์สปริง” -2.66% และ 6) “บลจ.เคดับบลิวไอ” -0.91% ตามลำดับ
“ทั้งนี้ขนาดของ AUM ที่ลดลงของ 6 บลจ.รวมกันทั้งสิ้น 26,333.21 ล้านบาท เป็นการลดลงในส่วนของ ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ กว่า 86% เลยทีเดียว”
หากมองในแง่ของส่วนแบ่งการตลาด พบว่า 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งกองทุน FIF มากสุดในปี23 นั้น มีส่วนแบ่งรวมกันถึง 70.65% นำมาโดย
1.“บลจ.กสิกรไทย” AUM 217,439.99 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 78%
2.“บลจ.กรุงไทย” AUM 148,178.16 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 16%
3.“บลจ.ไทยพาณิชย์” AUM 132,460.13 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 66%
4.“บลจ.บัวหลวง” AUM 127,547.69 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 19%
5.“บลจ.อีสท์สปริง” AUM 113,509.81 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 85%
ทั้งหมดนี้เป็นภาพการเติบโตของธุรกิจ “กองทุน FIF” ในปีที่ผ่านมา ที่โตแรงจนกลับมายืนเหนือระดับ 1 ล้านล้านบาท ได้อีกครั้ง และยังมีโมเมนตัมที่ยังโตได้ต่อเนื่องเมื่อโลกการลงทุนไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศไทยอีกต่อไป การมองหาโอกาสที่น่าสนใจในต่างประเทศมาเติมเต็มพอร์ตจึงมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน
