แนะปี24 จำกัด “หุ้นไทย” กระจายสู่โอกาสที่ดีกว่าใน “ต่างประเทศ” ชู “หุ้นตลาดเกิดใหม่-ตราสารหนี้-หุ้น Global Brand” เด่นสุดปีมังกร !!!
Fun of Funds: ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายของ “บลจ.กรุงศรี” แต่ก็สามารถสร้างการเติบโตได้ 5% ปิดสิ้นปีด้วยสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) 5.8 แสนล้านบาท รั้งอันดับ12 ในอุตสาหกรรมกองทุน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจ “กองทุนรวม” นั้น บลจ.กรุงศรี ถือว่าได้บรรลุเป้าหมายที่ทาง “บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” แบงก์แม่เคยให้โจทย์ไว้ นั่นคือ การก้าวขึ้นสู่ “อันดับ5” เช่นเดียวกับที่แบงก์แม่เองก็อยู่ในทำเนียบ “อันดับ5” ของฝั่งแบงก์เช่นเดียวกัน
ในปีนี้ ภาพรวมตลาดการลงทุนมีทิศทางที่สุดใสขึ้น และทางบลจ.กรุงศรีก็มั่นใจว่าจะรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ในขณะที่ภาพการลงทุนในปีนี้ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน
แผนการเติบโตของ “บลจ.กรุงศรี” และมุมมองการลงทุนในปีมังกรจะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

“กองทุนรวม” โตดีขยับสู่ “อันดับ5” ตามเป้า...แนะปีมังกรลุย “ตปท.”
โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี บอกว่า สิ้นปี2023 บริษัทมี AUM รวม 5.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น +5% ส่วนธุรกิจ “กองทุนรวม” คิดเป็น 73% ปีที่ผ่านมาขยับสู่ “อันดับ5” ตามเป้า มั่นใจปีนี้โตต่อเนื่อง โดยกองทุนรวมโต 6% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โต 5.46% ด้านฐานลูกค้าก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 4 หมื่นบัญชี คิดเป็น 9% ของฐานลูกค้าในปีก่อน นอกจากนี้ในปี2023 ที่ผ่านมา บลจ.กรุงศรี ยังได้รับมอบรางวัลจากสถาบันชั้นนำระดับสากล จำนวนรวมทั้งสิ้น 9 รางวัล ได้แก่ รางวัลบริษัทจัดการกองทุนรวมดีเด่น ผู้จัดการกองทุนรวมดีเด่น รางวัลกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพประเภทกองทุนตราสารหนี้ดีเด่นจากกองทุน KFMTFIRMF และรางวัลกองทุนรวมเพื่อการออมดีเด่นจากกองทุน KFENS50SSF สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพและความเป็นมืออาชีพด้านการบริหารจัดการกองทุน (ข้อมูล : AIMC / บลจ.กรุงศรี ณ 28 ธ.ค. 23)

(สุภาพร ลีนะบรรจง)
“สำหรับปี2024 บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการกองทุนควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ให้ความสำคัญกับการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในวงกว้าง เน้นการพัฒนาบริการในรูปแบบดิจิทัล โดยเฉพาะบน @ccess Mobile เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทั้งลูกค้ากองทุนรวมและลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งเพิ่มตัวแทนขายอิสระให้มากขึ้นเช่นกัน สำหรับแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้จะมีการเสนอกองทุนขาย Thai ESG และกองทุนกลุ่ม FIF ที่มีความน่าสนใจและเหมาะกับสภาวะตลาดเพิ่มเติม ในปีนี้โอกาสโดยเปรียบเทียบจะอยู่ในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ในส่วนของหุ้นไทยเองต้องยอมรับว่าความน่าสนใจลดลง แต่ก็ยังคงต้องมีอย่ในพอร์ตเพียงแต่อาจจะจำกัดสัดส่วนแล้วไปเพิ่มในต่างประเทศขึ้นในปีนี้”
“หุ้นไทย” เสน่ห์น้อยลง มองเป้าปีนี้ 1,552 จุด...มั่นใจ “สหรัฐ” ศก.ไม่ถดถอย
ด้าน “ศิระ คล่องวิชา” ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี เปิดมุมมองการลงทุนปี2024 ให้ฟังว่า ทิศทางในปีมังกรนี้มีแนวโน้มที่ดีกว่าในปีที่ผ่านมา หลังจากที่ดอกเบี้ยสหรัฐสิ้นสุดขาขึ้นไปแล้ว และจะปรับตัวลงในปีนี้ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนทั้งในส่วนของ “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” Earnings ของตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยตลาดคาดว่าจะโตที่ 10% ซึ่ง “ตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนา” (Emerging Market) ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงหนุนของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าฝั่ง “ประเทศที่พัฒนาแล้ว” (Developed Market) ส่วนดอกเบี้ยสหรัฐคาดว่าจะปรับตัวลงเพียง 3 – 4 ครั้ง ไม่ได้ลงมากแต่ประการใด อย่างไรก็ตามก็ยังทำให้การลงทุนใน “ตราสารหนี้โลก” ยังคงน่าสนใจเพราะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ทรงตัวสูงและในอนาคตเมื่อดอกเบี้ยปรับตัวลงก็ยังมีโอกาสได้กำไรจาก Capital Gain อีกด้วย

(ศิระ คล่องวิชา)
“เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเติบโตแม้จะไม่มากแต่มองว่าไม่เกิดเศรษฐกิจถดถอยและไม่เป็น Soft Landing ด้วย อย่างไรก็ตามสหรัฐยังคงจำเป็นต้องตรึงดอกเบี้ยไว้สูงเพื่อดึงเงินเฟ้อลงมาเข้าสู่ระดับปกติ ในภาพรวมปีนี้ค่าเงินดอลลาร์น่าจะอ่อนค่า ดังนั้นภาพรวมหลังจาก Fed ลดดอกเบี้ยการไปลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) เอาไว้ได้เช่นกัน ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้เราคาดว่าจะโตได้ 3.7% จากฐานที่ต่ำ (ยังไม่รวมผลของนโยบาย Digital Wallet) และการกลับมาฟื้นตัวได้ดีของภาคท่องเที่ยว ที่จะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจที่สำคัญในปีนี้ได้ ส่วน ‘แบงก์ชาติ’ มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้ง”
เปิด 5 ธีมเด่น น่าสนใจลงทุน “ปีมังกร”...จำกัด “หุ้นไทย” กระจายไป “ต่างประเทศ” เพิ่มขึ้น
โดยธีมการลงทุนที่น่าสนใจในปี2024 ได้แก่
1.การลงทุนในตราสารหนี้ เพราะได้ประโยชน์จากการที่ดอกเบี้ยสหรัฐกลับตัวเป็นขาลง โดยมีกองทุนแนะนำ คือ KFTRB และ KF-CSINCOM
2.การลงทุนในตลาดประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Market) ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัว โดยมีกองทุนแนะนำ คือ KF-EM, KFINDIA และ KFVIET
3.การลงทุนหุ้นคุณภาพสูงที่มีหนี้อยู่ในระดับต่ำ มีอัตราการทำกำไรสูง มีกระแสเงินสดดี และมีความทนทานในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ดี โดยมีกองทุนแนะนำ คือ KFGBRAND
4.การลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกโดดเด่นเฉพาะตัว เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตได้สูงกว่าตลาดโดยรวม รวมถึงปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และการฟื้นตัวของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีกองทุนแนะนำ คือ KFHTECH
5.การลงทุนในหุ้นไทยที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดี อย่างไรก็ตามหากมองโดยเปรียบเทียบ “หุ้นไทย” ดูไร้เสน่ห์ไปบ้างเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ มองเป้าดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,552 จุด หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นใน 9.61% จากสิ้นปี2023 บนสมมติฐาน EPS ที่ 96.8 บาท และค่า PER ที่ 16 เท่า แนะจำกัดสัดส่วนไว้และกระจายลงทุน “ต่างประเทศ” เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า
ที่สำคัญนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ด้วยเช่นกัน ใน “ปีมังกร” ภาพรวมการเติบโตของ “บลจ.กรุงศรี” ยังมีโมเมนตัมต่อเนื่อง ด้านการลงทุน โอกาสเปิดสำหรับนักลงทุน เพียงแต่ต้องขยับไปสู่โอกาสที่น่าสนใจกว่าในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
