Official Update :

ชี้ “ดอกเบี้ย” Higher for Longer…ปัจจัยบวก “หุ้น Value” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง !!!

ลายแทงกองทุน: “หุ้น Valueตลอดจนสไตล์การลงทุนแบบ “เน้นคุณค่า” (Value Style) เป็นการลงทุนอีกแนวที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก


แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะไม่โดดเด่นเท่าไรนัก เพราะเจอกระแสของ “หุ้น Growth” หรือสไตล์หุ้นเติบโตที่มาแรงกลบกระแสไปหมด


อย่างไรก็ตาม เมื่อดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลง อาจจะ “ลงน้อย” และ “ลงช้า” กว่าที่ตลาดคาด ก็จะเป็นผลดีต่อหุ้นในกลุ่ม Value ที่ซบเซากันมานาน ด้วยบุคลิกที่ไม่หวือหวา เติบโตได้เรื่อยๆ ก็ทำให้หุ้น Value เป็นอีกสไตล์ที่นักลงทุนทั่วโลกชื่นชอบ และมีความหวังว่าจะกลับมาโดดเด่นได้อีกครั้งหลังจากนี้


ใครที่ชอบธีมนี้ วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม Value Style ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" สไตล์
Value …รับดอกเบี้ย "ลงน้อย-ลงช้า" กว่าคาด                    

ทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนใน Value stocks จากนี้ไปขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจ เมื่อ Fed ส่งสัญญาณว่าจะหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยและมีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก็อาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่ม Growth แทน ในทางกลับกันหากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงน้อยกว่าคาดกาณ์หรือชะลอก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่ม Value ได้เช่นกัน


“หุ้นกว่า 700 บริษัทภายใต้การวิเคราะห์ของ ‘Morningstar’ ในกลุ่ม Value พบว่าปัจจุบันมีราคาตลาดที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน หรือมีอัตราส่วนของราคาซื้อขายปัจจุบันเทียบกับมูลค่าพื้นฐานอยู่ต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งแปลว่าหุ้น Value นั้นๆอยู่ในภาวะที่เรียกว่า Undervalued อย่างมาก นี่ทำให้หุ้น Value ในปี2024 มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน”


สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund ทั้งหมด ประกอบด้วย

-T-GlobalValue: กองทุนเปิดธนชาตโกลบอล แวยู ฟันด์” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกลุ่ม “กองหุ้นโลก” (Global Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบ Value Style และการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยกระจายการลงทุนไปในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกที่มีศักยภาพและโอกาสในการลงทุน สไตล์ Fund of Funds ผ่านกองทุนรวม และหรือกองทุนอีทีเอฟต่างประเทศตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป



-
ถัดมาเป็น SCBGVALUE(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Value Equity (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกลุ่ม “กองหุ้นโลก” (Global Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) และเป็นกองทุนที่บริหารเชิงรับ (Passive Fund) ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของ MSCI World Enhanced Value Index ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุน


“โดยจะใช้เทคนิคการลงทุนแบบ optimization เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงที่คาดว่าจะสะท้อนผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของ MSCI World Index หรือตัวแทนหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ทั้งนี้ ปัจจัยด้านมูลค่า (Value Factor) พิจารณาจากสามตัวชี้วัดที่ถ่วงน้ำหนักอย่างเท่าเทียมกัน ได้แก่ เปรียบเทียบราคาของตราสารทุนกับประมาณการรายได้ในอนาคต ราคาหลักทรัพย์ที่สัมพันธ์กับมูลค่าทางบัญชีของบริษัท และมูลค่าของบริษัทที่สัมพันธ์กับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน”


ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares Edge MSCI World Value Factor UCITS ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management Ireland Limited


- มาต่อกันด้วย “ABV: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน แวลูของบลจ.อเบอร์ดีน เป็นกลุ่ม Moderate Allocation ความเสี่ยงระดับ 5 (ความเสี่ยงค่อนข้างสูง) ที่เน้นกระจายลงทุนหุ้น, กองทุนอสังหาฯ, Infra Fund, ตราสารหนี้ ในประเทศไทย



-
ปิดท้ายกันด้วย “M-VI: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี แวลู อินเวสติง” ของบลจ.เอ็มเอฟซี เป็นกลุ่ม Foreign Investment Allocation ความเสี่ยงระดับ 5 (ความเสี่ยงค่อนข้างสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนในทุกประเภทของสินทรัพย์ ซึ่งใช้หลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value) ผ่านกองทุนหลัก ‘First Eagle Amundi International Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Amundi Asset Management


“หุ้น Value” หรือสไตล์การลงทุนแบบ “เน้นคุณค่า” (Value Style) เป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่อาจไม่ได้หวือหวาแต่ก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว โดยเฉพาะในจังหวะที่ดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และคาดว่าอาจจะ “ลงได้ช้า” และ “ลงได้น้อย” กว่าที่ตลาดคาดกันไว้ ก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อธีมการลงทุนสไตล์ Value ด้วยเช่นกัน ซึ่ง 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาฝากในครั้งนี้ก็มีทั้งโฟกัสในหุ้น Value ตลอดจนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Value Stye ที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’