Official Update :

“TISCOINA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” ปท.ที่มีศก.โตสูงของโลก !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม India Equity ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ที่จดทะเบียนจัดตั้งในอินเดีย หรือบริษัทที่มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการในประเทศอินเดีย


ตลาดหุ้นอินเดีย เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตค่อนข้างสูงของโลก ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะโต 6.5% ในปี2024 และ 2025 ตามลำดับ


ส่วนตลาดหุ้นอินเดียปีที่ผ่านมาบวกไป +18.74% และปีนี้ก็ยังบวกต่ออีก +1.38% เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่มีน่าสนใจและมีคำแนะนำให้เข้าลงทุนต่อเนื่องในปีนี้ เข้าตำรา “แพงแล้ว อาจแพงอีก”


ต่างกับ “หุ้นจีน” ที่ถูกแล้ว ถูกอีก ยังไม่ไปไหนไกล ซึ่งในจังหวะที่ตลาดหุ้นจีนถูกปัจจัยหลายๆด้านเข้ามากดดัน จึงเป็นจังหวะที่ดีในการโยกย้ายเงินลงทุนหรือหมุนเงินลงทุนมาสู่ตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตแทน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลช่องทางการลงทุนหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่าง “กองทุนรวมหุ้นอินเดีย” ที่น่าสนใจมาแนะนำกันในครั้งนี้



“TISCOINA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” กับประเทศที่มีศก.โตสูงของโลก

โดยกองทุนที่เราจะหยิบยกมาพูดถึงกันในวันนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ อินเดีย แอคทีฟ อิควิตี้ ชนิดหน่วยลงทุน” หรือ TISCOINA-A ที่ได้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้ดูแลเงินลงทุนให้แก่นักลงทุนที่ถือหน่วยลงทุน ซึ่งยังเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับจาก มอร์นิ่งสตาร์ ให้เป็นกองทุน “5 ดาว” อีกด้วย


สำหรับรายละเอียดของกองทุนดังกล่าว เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 61 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 16 ก.พ. 67) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 71,501,232 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 17.54 บาทต่อหน่วย


“ในแง่ของนโยบายลงทุนหลักของกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศและกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศอินเดีย หรือบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย หรือบริษัทที่มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการในประเทศอินเดีย”


ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘TISCOINA-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) มีการกระจายลงทุนใน 3 กองทุน ด้วยกัน ได้แก่

-NOMURA FUNDS IRELAND-INDIA EQUITY FUND                     35.28%

-FSSA INDIAN SUBCONTINENT FUND                                     31.75%

-GOLDMAN SACHS INDIA EQUITY PORTFOLIO I ACC USD         30.61%



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘TISCOINA-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 9.48% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 12.40% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 18.08% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.14% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -37.88%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามข้อกำหนดซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีข้อกำหนดแต่มีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 6 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+6)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัดหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds


ตลาดหุ้นอินเดียอาจจะไม่ใช่ตลาดหุ้นที่ให้น้ำหนักการลงทุนเป็นหลักในพอร์ตการลงทุน แต่ก็เป็นตัวช่วยเสริมให้แก่พอร์ตลงทุนในการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากสินทรัพย์หลักในพอร์ตลงทุนได้เช่นกัน โดยล่าสุดก็มีการปรับน้ำหนักหุ้นอินเดียในดัชนี MSCI EM ขึ้นเป็น 18% จะส่งผลให้มีเงินลงทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นอินเดียอีกมาก นี่ไม่นับรวมพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวรองรับอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม