“มีนา-ปีมะโรง” เกาะกระแสการเติบโตไปกับ... 2 ธีมเด่น “หุ้นเอเชีย” & “หุ้นเทคฯ” !!!
ลายแทงกองทุน: ธีม “การเติบโต” (Growth) ยังคงเป็นธีมที่นักลงทุนทั่วโลกมั่นใจและมองหา เพราะมีพื้นฐานรองรับและมีโมเมนตัมที่ยังไปต่อได้นั่นเอง ในท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่โตต่ำ
โดยทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะโต 3.1% และ 3.2% ในปี2024 และ 2025 ตามลำดับ ฝั่ง “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) นั้นโตต่ำกว่าเศรษฐกิจโลก
ตรงข้ามกับ “เอเชีย” ที่ยังคงเติบโตสูง โดยคาดว่า ‘Emerging and Dev eloping Asia’ จะโต 5.2% และ 4.8% ส่วน ‘ASEAN-5’ จะโตได้ 4.7% และ 4.4% ในปี2024 และ 2025 ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, January 2024)
ในขณะที่ “หุ้นเทคโนโลยี” ทั่วโลกก็จะยังเดินหน้าบวกต่อเนื่องในปนี้ หลังผลประกอบการส่วนใหญ่ออกออกมาดีกว่าคาดมีศักยภาพการเติบโต สะท้อนผ่านดัชนี “Nasdaq” ปีนี้ตั้งแต่ต้นปียังบวกไปอีก 10%
นั่นทำให้ใครที่กำลังมองหาเติบโต ต้องไม่ละเลย “หุ้นเอเชีย” และ “หุ้นเทคฯ” มีไว้ติดพอร์ตในปีนี้
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” มีนา-ปีมะโรง ที่น่าสนใจจากทั้ง 2 ตลาดนี้มาฝากกัน
UOBSA ไม่พลาดทุกโอกาสลงทุน "หุ้นเอเชีย"
เริ่มต้นกองทุนแรกด้วย “UOBSA: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย” ของบลจ.ยูโอบี ความเสี่ยงระดับ6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเอเชีย” ทั้งเอเชียเหนือและอาเซียนอย่างสมดุล และผสานการทำงานระหว่างเทคโนโลยี “AI-ML Process” ร่วมกับคน “Human” เพื่อคัดหุ้นประมาณ 50 ตัว เพื่อลงทุนเท่านั้น ผ่านกองทุนหลัก ‘United Asia Fund’ ที่บริหารจัดโดยUOB Asset Management (Singapore)

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) มี 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย 1) อินเดีย 31.08%, 2) ไต้หวัน 22.70%, 3) จีน 18.20%, 4) สิงคโปร์ 7.46% และ 5) เกาหลีใต้ 7.22%
“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Financials 16.39%, 2) Consumer Discretionary 15.79%, 3) Information Technology 11.41%, 4) Communication Services 10.11% และ 5) Energy 9.59%”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน UOBSA มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.39%
K-GTECH เฟ้น "หุ้นเทคฯ ทั่วโลก" ช่วยอัพผลตอบแทน
ถัดมาเป็น “K-GTECH: กองทุนเปิดเค โกลบอล เทคโนโลยี หุ้นทุน” ของบลจ.กสิกรไทย ความเสี่ยงระดับ7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Threadneedle (Lux) Global Technology, Class IU USD’ ที่บริหารจัดการโดย Threadneedle Management Luxembourg S.A. ซึ่งกองทุนหลักมีการลงทุนที่กระจุกตัวและให้น้ำหนักการลงทุนตามระดับความเชื่อมั่น

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) พบว่าให้น้ำหนักลงทุนในสหรัฐ 90.90% โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุดนั้น ประกอบไปด้วย 1) Semiconductors & Semiconductor Equipment 36.80%, 2) Software 21.20%, 3) Technology Hardware Storage & Peripherals 8.60%, 4) Interactive Media & Services 8.00% และ 5) Financial Services 6.40%
“ส่วนหุ้น 5 ตัวแรกที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Lam Research Corporation 6.20%, 2) Broadcom Inc. 5.80%, 3) Microsoft Corporation 5.30%, 4) Apple Inc. 4.60% และ 5) Alphabet Inc. Class A 4.20% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน K-GTECH มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -8.79%
KWI ASIAN SM ลุย "หุ้นเอเชียไซส์เล็ก" ตอบโจทย์ระยะยาว
สลับกลับมาที่ภูมิภาคเอเชีย กับ “KWI ASIAN SM: กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ” ของบลจ.เคดับบลิวไอ ความเสี่ยงระดับ6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไซส์เล็ก” โดยกระจายการลงทุนในกลุ่มหุ้นของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย และ/หรือแปซิฟิก ผ่านกองทุนหลัก ‘Manulife Global Fund – Asian Small Cap Equity Fund (Class I)’ ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) มี 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย 1) อินเดีย 25.90%, 2) ไต้หวัน 20.48%, 3) เกาหลีใต้ 14.67%, 4) ออสเตรเลีย 13.08% และ 5) จีน 8.56%
“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Information Technology 29.78%, 2) Consumer Discretionary 24.91%, 3) Materials 10.40%, 4) Healthcare 9.76% และ 5) Consumer Staples 6.91%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน KWI ASIAN SM มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -33.07%
KFHTECH-A คัดเน้นๆ "หุ้นเทคฯ" ที่โดดเด่นทั่วโลก
ปิดท้ายด้วย “KFHTECH-A: กรุงศรีเวิล์ดเทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงศรี ความเสี่ยงระดับ7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นในหมวดเทคโนโลยี ผ่านกองทุนหลัก ‘BGF World Technology Fund (Class D2 USD)’ ที่บริหารจัดการโดยBlackRock Luxembourg S.A.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. 24) พบว่าให้น้ำหนักลงทุนในสหรัฐ 83.87% โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุดนั้น ประกอบไปด้วย 1) Software & Services 34.32%, 2) Semiconductor & Equip 31.82%, 3) Tech Hardware & Equip 9.63%, 4) Media & Entertainment 8.19% และ 5) Financial Services 5.25%
“ส่วนหุ้น 5 ตัวแรกที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) NVIDIA CORP 9.91%, 2) MICROSOFT CORP 9.31%, 3) APPLE INC 7.07%, 4) BROADCOM INC 3.45% และ 5) CADENCE DESIGN SYSTEMS INC 3.42% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน KFHTECH-A มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -47.87%
ใครที่กำลังมองหาธีมการเติบโต (Growth) อยู่ เชื่อว่าทั้ง “หุ้นเอเชีย” และ “หุ้นเทคฯ” ยังคงเป็นทางเลือกที่มีโมเมนตัมอยู่ และนี่เป็น “4 กองทุนเด่น” มีนา-ปีมะโรง ที่คัดมาฝากกัน ซึ่งน่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ที่สนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
