Official Update :

แนะกลยุทธ์ “Asset Allocation” ฝ่าศก.โลกชะลอ-ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังมี... มองบวก “หุ้นไทย” ปี24 แม้ไม่โดดเด่น ให้เป้าดัชนีที่ 1,525 จุด !!!

Fun of Funds: “บลจ.วรรณ” เป็นหนึ่งใน 13 บลจ.ที่มีขนาดสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) เกินระดับ “เกินแสนล้านบาท” และยังเป็น “บลจ.ลูกโบรก” ที่มีขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมอีกด้วย มี AUM 1.62 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี2023


แบ่งเป็นธุรกิจ “กองทุนรวม” ประมาณ 40%, “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ประมาณ 20% และ “กองทุนส่วนบุคคล” ประมาณ 40%


ถือเป็นบลจ.ที่เป็นผู้นำเรื่องของ “นวัตกรรม” การลงทุน ใหม่ๆ และนำเสนอรูปแบบกองทุนที่ต่างต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับนักลงทุนเสมอมา ไม่ว่าจะเป็น ONE-ULTRA” ที่พ่วงประกันมาให้ หรือ ONE-Life Settlemet” ที่ลงทุนในตลาดรองประกันชีวิต เป็นต้น


ที่สำคัญยังเป็นบลจ.ที่เป็นแชมป์ “อันดับ1” ในกลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกของอุตสาหกรรมกองทุนอีกด้วย และใน “ปีมะโรง-2024” นี้ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ยังคงเป็นหัวใจที่สำคัญอยู่เช่นเคย


ทิศทางธุรกิจของ “บลจ.วรรณ” ในปีนี้ตลอดจนมุมมองการลงทุนจะเป้นเช่นไร ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย


“บลจ.วรรณ” ปลื้มครอง “อันดับ
1” กลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกตามเป้า...หวั่น “กฎกติกาไม่เอื้อ”-ทำล่าช้าไม่ทันภาวะตลาด

โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า การที่จะออกนวัตกรรมกองทุนใหม่ๆ มาเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน จำเป็นที่ “กฎกติกา” ต้องเปิดและทันต่อสถานการณ์ด้วยเช่นกัน ตัวอย่าง ปัจจุบันบลจ.ไทยก็ยังออก “กองทุนรวม” ไปลงทุนใน Bitcoin ETF” ไม่ได้ ทั้งที่สหรัฐเองก็ยอมรับแล้วและอาจจะมีการจัดตั้งกองทุน Crypto ETF อื่นๆ ตามมา ตรงนี้ก็เป็น “อุปสรรค” ในการทำธุรกิจได้เช่นกัน


ตัวอย่าง กรณีพิจารณาให้ “กองทุนส่วนบุคคล” หรือ “กองทุนที่ขายนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ” (UI) ไปลงทุน Bitcoin ETF ได้ บอร์ดก.ล.ต.ก็เพิ่งรับในหลักการไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ซึ่งยังมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน คาดว่าน่าจะประกาศใช้หลักเกณฑ์ได้ประมาณไตรมาสที่2/24 ทั้งที่นักลงทุนไทยก็ออกไปลงทุนใน Bitcoin ETF หรือ Cryptocurrency ได้อยู่แล้วในปัจจุบัน ซึ่งบางทีทำให้โอกาสลงทุนที่ดีผ่านพ้นไป และไม่ทันกับ “จังหวะการลงทุน” เป็นต้น



“ตลอด 4 ปี บริษัทเลือกวางกลยุทธ์การลงทุนโดยคงแนะนำให้กระจายเงินลงทุนบางส่วนใน สินทรัพย์ทางเลือก(Alternative Investment) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ทางการเงินต่ำผ่าน กองทุนเปิดวรรณ ไลฟ์ เซทเทิลเมนท์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย’ (Life Settlement) โดยที่ผ่านมา เราเปิดเสนอขายไปทั้งหมด 6 กองทุน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมียอดขายรวมทั้งหมดประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมยอดขายจากกองทุนส่วนบุคคล ทำให้บลจ.วรรณครองแชมป์ IPO กองทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม เป็น อันดับ1’ ในกลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน”


อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่งการพิจารณานำเสนอ “กองทุนทางเลือก” ประเภทใหม่ โดยเน้นธีมผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ทางการเงินต่ำหรือกองทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั่วไปเพิ่มเติมออกมาอีกหลายกองในปีนี้ด้วย


พร้อมรุกหนัก “กองทุนส่วนบุคคล”
& “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ควบคู่กันไป

นอกจากธุรกิจ “กองทุนรวม” แล้วบริษัทยังคงรักษาระดับการเติบโตทั้งลูกค้านิติบุคคลและสถาบันองค์กรขนาดใหญ่รวมถึงตัวแทนผู้สนับสนุนการขาย (Selling Agents) ทั้ง “กองทุนส่วนบุคคล” และ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” โดยเฉพาะของกองทุนส่วนบุคคล ยังได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนสำคัญในการหนุนมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของบริษัทให้มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมขนาด AUM อยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท ปัจจุบันเติบโตขึ้นแตะระดับกว่า 6 หมื่นล้านบาท


ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปีนี้ บริษัทมีแผนรุกขยายฐานลูกค้าในบริษัทภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยนำร่องกองทุนต่างประเทศเป็นหลัก จากความเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ ที่เริ่มส่งสัญญาณในเชิงบวก โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอขายแก่สมาชิกกองทุนและลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลได้


“ที่ผ่านมาบริษัทจัดกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยลูกค้าที่เป็น Selling Agents ปีนี้ บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้ารายย่อยผ่านกองทุนเปิด วรรณ อัลตร้า อินคัม พลัส ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดไม่จ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-ULTRAPLUS-RA)  เพื่อเจาะกลุ่มประชาชนที่ต้องการลงทุนและต้องการสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและสุขภาพไปพร้อมกัน ฐานลูกค้ากลุ่ม online platform หรือ กลุ่มอาชีพอิสระ(freelance) ซึ่งกองทุน ONE-ULTRAPLUS-RA จะสามารถตอบโจทย์การลงทุนในธีม Asset Allocation ในทุกๆ สินทรัพย์ได้ดี นอกจากนี้ เรายังคงมอบสิทธิประโยชน์ทางการตลาดต่อเนื่องกับระบบแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น ShopeePay เป็นต้น” 


Asset Allocation” ยังสำคัญ...หลังประเมิน “หุ้นไทย” ปีนี้โตไม่โดดเด่น คงเป้า 1,525 จุด

สำหรับทิศทางการลงทุนในปี2024 นั้น “มณฑล จุนชยะ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ ยังมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อปัจจัยเศรษฐกิจโลก โดยปัจจัยกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจมีความผ่อนคลาย และกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น และอัตราเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งช่วยลดแรงกดดันการใช้นโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวได้อย่างดี อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงคำแนะนำให้ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) โดยกระจายสินทรัพย์การลงทุนทุกๆ ประเภท ซึ่งยังเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอยู่เช่นเคย โดยเน้นวางกลยุทธ์ด้วย “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Asset) สร้างสมดุลให้พอร์ต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์



สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทย แต่อาจจะไม่ได้โดดเด่นเท่าช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลลบในช่วงต้นแต่จะดีในช่วงครึ่งปีหลังคือ ความล่าช้าของรัฐบาลในการจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ในท้ายที่สุดภาครัฐบาลจะกลับมาเบิกจ่ายได้ตามปกติราวไตรมาสที่ 2


“อย่างไรก็ดี การลงทุนในตลาดหุ้นไทยจึงต้องเน้นการคัดเลือกเป็นรายกลุ่มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ให้เหมาะสมกับวัฏจักรเศรษฐกิจในแต่ละช่วง มากกว่าการลงทุนที่ตัวดัชนีตลาด เราประเมินดัชนีเป้าหมายของปีนี้ไว้ที่ 1,525 จุด อิง Fwd PER ที่ 16.24 เท่า บนสมมติฐาน EPS ที่ 93.87 บาทต่อหุ้น”


นี่เป็นบางส่วนของก้าวย่างที่ “บลจ.วรรณ” จะมุ่งไปบนเส้นทางของความเป็นผู้นำในเรื่องของนวัตกรรมกองทุนใหม่ๆ ตลอดจนผู้นำ “อันดับ1” ในกลุ่มของสินทรัพย์ทางเลือก ที่ปีนี้คงมีอะไรใหม่ออกมาให้ตลาดได้แปลกใจกันอีกเช่นเคย ส่วนมุมมองการลงทุนในภาพรวมปี2024 นี้ยังคงเป็นบวก และแนะนำให้ทำ “Asset Allocation” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่นั่นเอง

โต๊ะกองทุน WealthyThai