Official Update :

5 "กองทุนหุ้นญี่ปุ่น" ฟอร์มเด่นปีนี้… ลุยหุ้นดัชนี “Nikkei225” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +19.52% ส่วนหุ้น “ไซส์กลาง-เล็ก” ยังอยู่ท้ายตาราง !!!

สาระ Fund วันละนิด: “ญี่ปุ่น” ในวันนี้ไม่เหมือนในอดีต ไม่ใช่ประเทศที่เศรษฐกิจไม่โต เงินเฟ้อไม่มี ดอกเบี้ยติดลบ คนก็ยังไม่ยอมเอาเงินมาใช้จ่าย ตลาดหุ้นก็ติดหล่มไม่ไปไหนอีกต่อไป


เมื่อล่าสุด “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BOJ) ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0 -0.1% จากระดับเดิม -0.1% เป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบ17 ปีนับตั้งแต่ปี2007 และถือเป็นการสิ้นสุดยุค “ดอกเบี้ยติดลบ” ที่ใช้มาตั้งแต่ปี2013 อีกด้วย


ไม่เพียงเท่านี้ยังยกเลิกมาตรการ Yield Curve Control อีกด้วย ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจากนี้ไปจะ “ไม่เหมือนเดิม” อีกต่อไป


จึงไม่น่าแปลกใจว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” (Nikkei225) ทะยานบวกอย่างต่อเนื่องในปีที่แล้ว +28.24% เป็นรองแค่ Nasdaq ของสหรัฐเท่านั้น และปีนี้ยังแรงไม่หยุดบวกไปอีก +20.17%


ทำให้กลุ่ม “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” เขียวยกแผง ปีนี้โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +11.24% ไปเรียบร้อยแล้ว


โดย 5 กองที่มีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงถึง +19.52% จะเป็นกองทุนไหนกันบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอามาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


5 "กองทุนหุ้นญี่ปุ่น" ฟอร์มเด่นปีนี้ โชว์ผลตอบแทนสูงเฉลี่ย +19.52%...“
KFJPINDX-I” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +22.95%

จากการสำรวจผลการดำเนินงานของกลุ่ม “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” 48 กอง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบว่า ทำผลตอบแทนเป็นบวกทุกกองตั้งแต่ 2.17% - 22.95% หรือเฉลี่ย +11.24% โดยมีกองทุนที่ชนะค่าเฉลี่ย 24 กอง คิดเป็น 50%


 


ส่วน 5 “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีผลงานดีสุด (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนอื่นที่ลงทุนในกองทุนหลักเหมือนกัน) สามารถทำผลตอบแทนได้สูงเฉลี่ย +19.52
% ซึ่งทั้งหมดเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี Nikkei 225 หรือหุ้นที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนี Nikkei 225  สไตล์ Passive Fund เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei225 นั่นเอง  นำมาโดย

  • KFJPINDX-I ของบลจ.กรุงศรี +22.95%

  • SCBNK225P ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +20.50%

  • TJPRMF ของบลจ.ทิสโก้ +18.21%

  • TMBJE ของบลจ.อีสท์สปริง +18.01%

  • KT-JPFUND-A ของบลจ.กรุงไทย +17.92%


“ส่วนกลุ่มท้ายตารางนั้น จะเป็นกลุ่มกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่เน้นลงทุนใน หุ้นขนาดกลาง-เล็ก เป็นสำคัญ จะเห็นว่าการขึ้นรอบนี้นำมาด้วยหุ้นใหญ่ในดัชนี Nikkei225 เป็นหลัก”


คาด “
BOJ” คงดอกเบี้ย 0.1% ถึงสิ้นปี...ให้น้ำหนัก “หุ้นญี่ปุ่น” เป็นกลาง (Neutral)

ทางด้าน นักกลุยุทธ์ของบลจ.กรุงไทย”  มองว่า “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BOJ) อาจไม่ได้ปรับดอกเบี้ยขึ้นจากระดับปัจจุบันมากนัก โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 0.1% ณ สิ้นปีนี้ ซึ่งเท่ากับระดับในปัจจุบันนี้แล้ว โดย BOJ ได้ทยอยลดการซื้อ ETF และ J-REIT มาตั้งแต่ต้นปี 2021 แล้ว ทำให้ผลกระทบต่อตลาดอาจจะไม่ได้มาก และที่สำคัญ BOJ ยังไม่มีท่าทีว่าจะทำ QT ในเร็วๆ นี้แต่อย่างใด ขณะที่ EPS Growth ของ Nikkei225 มองอยู่ที่ประมาณ 19%


“หาก ธนาคารกลางสหรัฐ’ (FED) อาจลดดอกเบี้ยลงในช่วงครึ่งหลังของปี อาจส่งผลต่อค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้น กระทบต่อ Earning ของบริษัทญี่ปุ่นในอนาคต อันจะเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนในญี่ปุ่นในช่วงครึ่งหลังของปีได้เช่นกัน”



ในขณะที่ TISCO Wealth Advisory มีมุมมองว่าสินทรัพย์ญี่ปุ่นมีโอกาสผันผวนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมอง “เป็นกลาง” (Neutral) ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น หลังการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินข้างต้น และอาจส่งผลให้ Bond Yield 10 ปีของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ 2% กดดัน Valuation ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปัจจุบันซื้อขายอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีให้ปรับตัวลดลงได้


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของผลงานกลุ่ม “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” ในปีนี้ หลังประเทศมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินครั้งสำคัญ เชื่อว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะไม่เหมือนที่เป็นมาในอดีตและอาจมาพร้อมกับโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ที่น่าสนใจก็เป็นได้ ถ้าใครอยาก “กระจายเงินลงทุน” บางส่วนไปในต่างประเทศ “หุ้นญี่ปุ่น” ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีติดพอร์ตไว้ได้เช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’