“KT-US-A” คว้าโอกาสลงทุน “หุ้นสหรัฐฯ”...ไซส์ใหญ่ คุณภาพดี-เติบโตสูง !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “US Equity” ที่เน้นลงทุน “หุ้นสหรัฐ” ที่มีขนาดใหญ่ มีคุณภาพสูง และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างมาก
ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เริ่มที่จะตอบรับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง หลังจากที่ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” (Fed) ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้
โดยเฉพาะ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” อย่าง ดัชนี S&P 500 ที่ได้มีการปรับตัวจนทำให้สถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง จนมูลค่าถือว่าไม่ถูก มี Forward P/E 12M 21.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.0 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 22 มี.ค. 24) อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยพื้นฐานที่รองรับ สำหรับนักลงทุนสายหุ้นต่างประเทศก็ถือเป็นโอกาสลงทุนที่น่าสนใจเช่นกัน
ดังนั้น ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ” ที่มีผลการดำเนินงานอันโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านในครั้งนี้

“KT-US-A” ลุย “หุ้นสหรัฐ” ไซส์ใหญ่ คุณภาพดี-เติบโตสูง
สำหรับกองทุนที่เราหยิบมามีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์” หรือ “KT-US-A” หนึ่งในกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ และด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นจึงเป็นอีกหนึ่งกองที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ส่วนรายละเอียดของกองทุนจะลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ต่างประเทศเป็นหลัก ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศแบบฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนเป็นกองทุนหลักเพียงกองเดียว ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 3 มี.ค. 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 มี.ค.2567) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 3,136,150,917 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 22.65 บาท/หน่วย
“ต่อมาเราจะมาพูดถึงนโยบายการลงทุนหรือกองทุนหลัก ก็คือ ‘AB American Growth Portfolio (Master Fund) Class I’ ที่จะเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่มีขนาดใหญ่ มีคุณภาพสูง และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างมาก และได้รับการคัดสรรอย่างระมัดระวังภายใต้การพิจารณาจากผู้จัดการกองทุน”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KT-US-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
หน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) นั้น มีการจัดสรรหรือการกระจายเม็ดเงินลงทุนแบ่งแยกเป็นรายอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-กลุ่มเทคโนโลยี 34.49%
-กลุ่มเฮลธ์แคร์ 22.19%
-กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย 12.19%
-กลุ่มบริการสื่อสาร 10.08%
-กลุ่มสินค้าจำเป็น 6.30%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุดก็เป็นหุ้นใน 7 นางฟ้าถึง 4 ตัว ไม่ว่าจะเป็น MICROSOFT 9.83%, NVIDIA 6.13%, AMAZON.COM 5.24% และ ALPHABET 4.91% ตามลำดับ”

“ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘KT-US-A’ ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองมาถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 9.18% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 15.50% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินด้วยสินทรัพย์อย่างหุ้นเติบโตทำให้ความผันผวนค่อนข้างสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 21.42% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.26% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) ถึง -32.29%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
ทั้งนี้ หากนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน(T+5)

โดยช่องทางการซื้อขายของกองทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“หุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 ได้มีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เข้าตำรา ‘แพงแล้ว แพงได้อีก’ มีโมเมนตัมที่จะปรับตัวขึ้นได้จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สำหรับนักลงทุนที่มองต่าง ก็เป็นจังหวะและโอกาสที่ดีในการทยอยเข้าสะสม ‘หุ้นสหรัฐฯ’ ตอบโจทย์ระยะยาว แต่หากการคัดเลือกหุ้นรายตัวเป็นเรื่องที่ยุ่งยากไปสำคัญนักลงทุน ‘กองทุนรวม’ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนักและยังใช้เงินลงทุนที่ไม่สูงมากด้วยเช่นกัน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
