“บลจ.ลูกโบรก” สถานการณ์เป็นใจ ‘เทคโนโลยี & แบงก์ Open Architecure’…ช่วยหนุนการเติบโต !!!
สำหรับ “บลจ.ลูกโบรก” ถือเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตค่อนข้างสูงในช่วง 4 เดือนแรกของปี21 ที่ผ่านมา โดยโตเฉลี่ยถึง 32.67% ในขณะที่อุตสาหกรรมโตเพียง 3.83% เท่านั้น
ปัจจุบันมี “บลจ.ลูกโบรก” 6 แห่ง นับรวม “บลจ.ทาลิส” ซึ่งเป็นบลจ.ที่มีบุคคลธรรมดาเป็นผู้ถือหุ้นด้วย มีสินทรัพย์สุทธิรวมกัน 164,814.97 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.15% ของอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี20 ที่มีส่วนแบ่งประมาณ 2.47% เท่านั้น
ถือเป็นกลุ่มบลจ.ที่น่าจะได้ประโยชน์จาก Technology Disruption ในภาคการเงินค่อนข้างมาก
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพเดทกัน
“บลจ.อินโนเทค” แชมป์โตสุด กลุ่ม “บลจ.ลูกโบรก” 63.63%
กลุ่ม “บลจ.ลูกโบรก” ก็ตามชื่อเลยตรงไปตรงมามีแม่เป็น “บริษัทหลักทรัพย์ (Broker)” ซึ่งส่วนใหญ่ในอดีตก็จะมาซัพพอร์ตฐานลูกค้าบริษัทแม่เป็นหลัก ใช้เครือข่ายของโบรกแม่และตัวแทนขาย (Selling Agent) เป็นสำคัญ ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทำให้การขยับขยายอาจทำได้ยากต่างจาก “บลจ.ลูกแบงก์” บลจ.กลุ่มนี้จึงมักมีขนาดไม่ใหญ่นัก
“แต่ความก้าวหน้าดานเทคโนโลยีที่เข้ามา ตลอดจนการที่โมเดลในการทำธุรกิจของแบงก์หลายแห่งเริ่มขยับมาสู่การเป็น Open Architecture ที่ไม่ได้ขายกองทุนให้แต่บลจ.ลูกเพียงอย่างเดียว ก็เป็นการปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ ที่เคยเป็นอุปสรรคของ ‘บลจ.ลูกโบรก’ ไปด้วยเช่นกัน ทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงบลจ.กลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้น ประกอบตัวโปรดักต์กองทุนของบลจ.กลุ่มนี้มักจะสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นจุดขาย เพื่อไม่ให้ไปซ้ำกับบลจ.ลูกแบงก์ ก็ทำให้เราเห็นการเติบโตของบลจ.ลูกโบรกได้เด่นชัดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ตลอดจน 4 เดือนแรกของปี21 เช่นเดียวกัน”

ในช่วง 4 เดือนแรกที่ผ่านมา “บลจลูกโบรก” นับรวม “บลจ.ทาลิส” ที่เป็นบลจ.ของบุคคลธรรมดา มีสินทรัพย์สุทธิรวมกัน 164,814.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.67% มีบลจ. 2 แห่ง คิดเป็น 28.57% โตกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในขณะที่มี 5 บลจ.คิดเป็น 71.43% ที่โตแพ้ค่าเฉลี่ยกลุ่ม อย่างไรก็ตามทั้งหมด 100% โตมากกว่า 15% ทุกบลจ.และสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ 3.83% อย่างเหนือชั้นอีกด้วย
“โดยบลจ.ลูกโบรกที่โตสุดในช่วง 4 เดือนแรกปี21 ได้แก่ ‘บลจ.อินโนเทค’ มีสินทรัพย์สุทธิ 75.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.63% ในขณะที่ ‘บลจ.วี’ โตน้อยที่สุดของกลุ่มมีสินทรัพย์สุทธิ 7,569.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.92%”
“บลจ.วรรณ” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดมากสุด 1.68%
แม้กลุ่ม “บลจ.ลูกโบรก” จะมีส่วนแบ่งในตลาดกองทุนรวมไม่มากนัก แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มดารเติบโตที่ค่อนข้างสูงอย่างชัดเจน ทั้งนี้หากดูตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดจะได้ดังนี้
1.“บลจ.วรรณ” มีส่วนแบ่งการตลาด 1.68%
2.“บลจ.แอสเซท พลัส” มีส่วนแบ่ง 0.94%
3.“บลจ.บางกอกแคปปิตอล” มีส่วนแบ่ง 0.31%
4.“บลจ.วี” มีส่วนแบ่ง 0.14%
5.“บลจ.ฟิลลิป” มีส่วนแบ่ง 0.06%
6.“บลจ.อินโนเทค” มีส่วนแบ่ง 0%
และ “บลจ.ทาลิส” ซึ่งเป็นบลจ.ของบุคคลธรรมดา มีส่วนแบ่ง 0.02%
“ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ‘บลจ.ลูกโบรก’ หลายแห่งก็พัฒนาช่องทางอินเทอร์เน็ต, Mobile App ขึ้นมาเองเพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงง่ายขึ้น ส่วนที่ไม่ได้พัฒนาเองก็เข้าไปร่วมใช้ช่องทางผ่าน Streaming for Fund แทน นอกจากนี้ก็พยายามนำเสนอกองทุนที่แปลกใหม่ที่ต่างจาก ‘บลจ.ลูกแบงก์’ หรือพยายามทำผลตอบแทนกองทุนของตัวเองให้โดดเด่น เพื่อให้แบงก์สนใจนำโปรดักต์ไปช่วยขายให้ก็จะเป็นการขยายช่องทางขายอย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง ไม่เพียงเท่านี้การเติบโตของธุรกิจบลน.ก็มีส่วนช่วยในการเติบโตของบลจ.ลูกโบรกด้วยเช่นเดียวกัน”
ในกรณีของ “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” เป็นตัวอย่างที่ดีหลังจากที่ได้ “แบงก์กรุงเทพ” มาช่วยขายกองทุนให้ก็มีพัฒนาการของการเติบโตที่แตกต่างจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด เป็นต้น
สำหรับกลุ่ม “บลจ.ลูกโบรก” ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและโมเดลของแบงก์ที่เปลี่ยนไปเป็น ‘Open Architecture’ ตลอดจนการเติบโตของกลุ่มบลน.เอง ถือเป็นการเข้ามา ‘ปลดล็อก’ จุดด้อยในอดีตให้กับบลจ.กลุ่มนี้ไปและพร้อมผลักดันสู่การเติบโตที่ดียิ่งขึ้นในอนาคตด้วย
