Official Update :

ชู “หุ้นอินเดีย” โอกาสลงทุนรับศก.โตโดดเด่น... ส่วน “หุ้นตลาดเกิดใหม่” ราคาถูก-อัพไซด์สูง-ศก.โตดี !!!

Fun of Funds: เริ่มต้นการเลือกตั้งใหญ่ของ “อินเดีย” อย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เวลานานที่สุดในโลก (19 เม.ย. -1 มิ.ย.) โดยจะทราบผลเลือกตั้งในวันที่ 4 มิ.ย. ที่จะถึงนี้


จะด้วยปัจจัยเลือกตั้งที่รอผลที่ชัดเจนหรือความกังวลต่อความไม่สงบในตะวันออกกลางช่วงที่ผ่านมาก็ตามทำให้ “หุ้นอินเดีย” ตั้งแต่ต้นปีมายังทรงตัวบวกเล็กน้อย +1.13% แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่แข็งแกร่งของโลก เพราะมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมารองรับนั่นเอง


อีกตลาดที่กำลังน่าจับตาไม่แพ้กันก็คือ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ที่แนวโน้มเติบโตดีเช่นกัน และที่ผ่านมาตลาดก็ยังไม่ไปไหน น่าจะถึงเวลาที่จะทะยานได้สักที


นี่จึงเป็น 2 ธีม ที่มี Growth Story” เช่นเดียวกัน อะไรทำให้ทั้ง 2 ธีมนี้น่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทมุมมองขากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย



“หุ้นอินเดีย” โอกาสลงทุนรับยักษ์ใหญ่ทางศก. “เบอร์3” ของโลก

โดย “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี มองว่า ถึงเวลาลงทุน “หุ้นอินเดีย” เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว รับเศรษฐกิจอินเดียเตรียมผงาดขึ้นสู่ “อันดับ 3” ของโลก อินเดียมีเศรษฐกิจเติบโตโดดเด่นจากจำนวนประชากรที่มากสุดในโลกกว่า 1,400 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว อีกทั้งได้แรงหนุนจากนโยบายภาครัฐบาล และจากการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศเติบโตต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ GDP อินเดียในปี 2032 จะมีขนาดใหญ่เป็น “อันดับ 3” ของโลก อยู่ที่ 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งและการใช้จ่ายด้านบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หนุนให้อินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก


(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)


“ปัจจุบันตลาดหุ้นอินเดียมีมูลค่า 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขนาดใหญ่ที่สุดเป็น อันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ, จีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอินเดียยังมีผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดหุ้นหลักอื่นๆ ซึ่งกว่า 20 ปีที่ผ่านมา MSCI India มีผลตอบแทนที่สูงกว่า S&P500 Index และ EURO STOXX 50 Index ช่วงที่ผ่านมามีกระแสเงินไหลเข้าลงทุนตลาดหุ้นอินเดียต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่โตแรง จึงดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกอีกด้วย เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงและเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาว”


“หุ้นตลาดเกิดใหม่” ศก.โตโดดเด่น-ราคาถูก-อัพไซด์สูง

ทางด้าน “วศิน ปริธัญ” Managing Director บล. ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท มองว่า จังหวะนี้เป็นโอกาสลงทุนครั้งใหม่ใน “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) จากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจอันโดดเด่น ผ่านพ้นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น พร้อมด้วยราคาหุ้นที่ยังมีโอกาสให้ขึ้นต่อ หลังตลาดวิ่งเป็น Sideway มาตั้งแต่ช่วงต้นปีก่อน โดยปีนี้Emerging Market ยังถือว่าราคา Laggard หุ้นโลก แต่ก็เป็นจังหวะดีที่จะหมุนเงินลงทุนมาที่ Emerging Market เพื่อรับโอกาสในระยะข้างหน้า เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจอันแข็งแกร่งในหลายประเทศ ได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงในสหรัฐ เม็ดเงินลงทุนไหลเข้า (Fund Flow) มีทิศทางชัดเจนยิ่งขึ้น ตลอดจนมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นในปัจจุบันนั้นเป็นระดับราคาที่น่าสนใจ


(วศิน ปริธัญ)


ทำให้เรามีมมุมองในเชิงบวกต่อการลงทุนในกลุ่ม Emerging Market โดยเฉพาะฝั่งตลาดหุ้นเอเชีย เพื่อรับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลาง-ยาว จากปัจจัยหนุนที่สำคัญ

- Macroeconomics: เศรษฐกิจจีนฟื้นตัว รวมถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องของอินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ พร้อมรับประโยชน์เพิ่มเติมจากทิศทางเงินดอลลาร์อ่อนค่า

- Earnings: ตลาดคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนในเอเชีย ยังโตสูงกว่า 22% พร้อมการปรับประมาณการที่มีโมเมนตัมดีขึ้น

- Valuation: มูลค่าหุ้นเอเชีย (MSCI Asia ex Japan) เมื่อเทียบกับหุ้นโลก (MSCI ACWI) อยู่ที่บริเวณ -2S.D. ซึ่งเป็นระดับราคาที่ถูกมาก

- Technical: เริ่มเห็นสัญญาณเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียชัดเจนมากขึ้น สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มกลับมาสนใจตลาดหุ้นเกิดใหม่อีกครั้ง


โอกาสลงทุนในหุ้น ‘Emerging Market’ ทั้งอินเดีย, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และจีน ซึ่งได้แรงหนุนจาก Fund Flow พื้นฐานดี P/E ถูก รวมทั้งการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาดหุ้นเกิดใหม่ในภาพรวม แนะนำทยอยสะสม กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมญี่ปุ่น) มองอัพไซด์ยังสูงจากปัจจุบัน”


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตในระยะยาว ทั้ง “หุ้นอินเดีย” และ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ถือเป็นอีก 2 ตลาดในธีมนี้ที่น่าสนใจ ในขณะที่ “หุ้นอินเดีย” ราคาขยับมาสักพักแล้ว ไม่ถูกแต่ก็มีโมเมนตัมที่ยังไปได้ ตลาดมองว่า “แพงได้อีก” แต่ถ้าชอบ “ของถูก” บน Story เดียวกัน ที่ยัง Laggard ตลาดอื่นๆ อยู่ “Emerging Market” ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

โต๊ะกองทุน WealthyThai