Official Update :

“หุ้นจีน” สัญญาณชีพฟื้น คาดผ่าน “จุดต่ำสุด” แล้ว... “ราคาถูก” พร้อมทะยาน ตามการกลับมาของศก. !!!

ลายแทงกองทุน: “ตลาดหุ้นจีน” หนึ่งในตลาดที่นักลงทุนไทยชื่นชอบและขนเงินไปลงทุนมากสุดแห่งหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็บาดเจ็บเพราะตลาดไม่ไปไหนและนิ่งสนิทมาเป็นเวลานาน เข้าตำรา “ถูกแล้ว ถูกอยู่ ถูกต่อไป”


แต่เข้าสู่ “ปีมังกร-2024” เหมือนเห็นสัญญาณฟื้นตัวเกิดขึ้น “ตลาดหุ้นจีน” (CSI300) ตั้งแต่ต้นปีบวกขึ้นมาแล้ว +4.5% ในขณะที่ “ตลาดหุ้นไทย” ยังติดลบอยู่ -3.9%


ตัวเลข GDP ของจีนในไตรมาสที่1/24 ก็ออกมาแกร่งกว่าตลาดคาดโตไป +5.3% จากการฟื้นตัวของภาคการผลิต โดยรัฐบาลจีนเองยังตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 5% เช่นเดิม


ปัจจุบัน “หุ้นจีน” เป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” ที่สุดในโลกตลาดหนึ่งเลยทีเดียว มี Forward PE 12M ที่ 11.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 12.2 เท่า และที่สำคัญยังถูกกว่า “หุ้นไทย” ที่มี Forward PE 12M ที่ 13.9 เท่า อีกด้วย (ข้อมูล: Bloomberg, วันที่ 26 เม.ย. 24)


จึงไม่น่าแปลกใจที่เริ่มเห็นหลายสำนักมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใน “หุ้นจีน” มากขึ้น บ้างเชื่อว่าจีนผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและอาจกำลังจะทะยานฟ้ากลับเป็นขาขึ้นได้อีกครั้งเช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นจีน” ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด
4 "กองทุนเด่น" ธีมหุ้นจีน…การกลับมาของ "พญามังกร"                        

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund 3 กอง และลงทุนเอง 1 กอง โดยเป็น Passive Fund 2 กอง และ Active Fund 2 กอง ซึ่งลงทุนในหุ้นจีนที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย


- “UOBSGC: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า” ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกลุ่ม “กองหุ้นจีน” (Greater China Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นที่ดำเนินธุรกิจในเขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง จีน และไต้หวัน โดยตลาดหลักทรัพย์ที่เข้าไปลงทุน ส่วนใหญ่ ได้แก่ ตลาดฮ่องกง ตลาดเซี่ยงไฮ้ และตลาดไต้หวัน ผ่านกองทุนหลัก ‘United Greater China Fund Class T SGD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore)



-
ถัดมาเป็น MEGA10CHINA-A: กองทุนเปิด MEGA 10 CHINA ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ทาลิส เป็นกลุ่ม “กองหุ้นจีน” (Greater China Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนเองใน 10 หุ้นจีนในตลาดฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้นำในด้านตราสินค้า (Brand Value) ในกลุ่ม TOP/BEST CHINESE BRANDS


- มาต่อกันด้วยกองทุนสไตล์ Passive Fund อย่าง TMBCHEQ: กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกลุ่ม “กองหุ้นจีน” (Greater China Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี FTSE China A50 Net Total Return Index ซึ่งเป็นหุ้นจีน A-Share นั่นเอง ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares FTSE A50 China Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management North Asia Limited



- ปิดท้ายด้วยกองทุนสไตล์ Passive Fund อีกกอง TISCOCH: กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้” ของบลจ.ทิสโก้ เป็นกลุ่ม “กองหุ้นจีน” (Greater China Equity) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Hang Seng China Enterprise ซึ่งเป็นหุ้นจีน H-Share ผ่านกองทุนหลัก ‘Hang Seng China Enterprises Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Hang Seng Investment Management Limite


“หุ้นจีน” เป็นตลาดที่ราคายัง “ถูก” เป็นตลาดที่ทำนักลงทุนเจ็บกันมาเยอะตลาดหนึ่ง แต่เข้าสู่ “ปีมังกร-2024” นี้ เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น ทั้งภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ตลาดคาดอาจผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้ว ก็ทำให้โลกเริ่มกลับมาจับตาการกลับมาครั้งนี้ของหุ้นจีนอีกครั้งว่าจะเป็น “ของจริง” หรือไม่? ส่วนใครที่มองหา “ของถูก” ที่มีโอกาสจะฟื้นตัวกลับมาได้ในระยะยาวนั้น แบ่งเงินลงทุนบางส่วนมา “หุ้นจีน” ติดพอร์ตไว้บ้างก็น่าสนใจทีเดียว ซึ่ง 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’