Official Update :

ชู “หุ้นสหรัฐ” & “หุ้นอินเดีย” แรงไม่ตก กำไรโตดี-ยังไปต่อได้... ส่วน “หุ้นไทย” ถูกมีโอกาสเด้ง “ตราสารหนี้โลก” โอกาสกำไรรับ ‘ดอกเบี้ยขาลง’ !!!

Fun of Funds: ช่วง 4 เดือนแรกผ่านไป ภาพรวมของ “ตลาดหุ้น” ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนใหญ่ก็บวกกันไปมากน้อยแตกต่างกัน โดย “หุ้นโลก” ก็บวกไปกว่า 5% จะมีก็แต่ “หุ้นไทย” ที่ยังคงติดลบอยู่สวนทางตลาดอื่น


และมีขึ้น ก็มีลง เป็นเรื่องปกติ ทำให้ในไตรมาสที่2 นี้ มีโอกาสที่ “หุ้นจะปรับฐาน” ย่อลงมาได้เช่นกัน หลังปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี “ความผันผวน” ยังคงอยู่


“การกระจายการลงทุน” (Asset Allocation) ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกครั้งที่ตลาดย่อก็มาพร้อม “โอกาส” ด้วยเช่นกัน


แล้วมีสินทรัพย์อะไรที่น่าสนใจบ้างในช่วงไตรมาสที่2 นี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันเช่นเคย



“หุ้นสหรัฐ-หุ้นอินเดีย” ไม่ถูก-แต่น่าสนใจ กำไรบจ.แนวโน้มโตโดดเด่น

โดย วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย มองว่า ไตรมาส 2 ตลาดหุ้นมีโอกาส “ปรับฐาน” หลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงต้นปี แนะเน้นหลักการ “กระจายลงทุน” เพราะจะช่วยทำให้พอร์ตการลงทุนมีผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงที่ลดลง ซึ่งเป็นจุดเด่นของหลักการลงทุนนี้ที่หาไม่ได้จากหลักการลงทุนอื่นๆ สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง เงินเฟ้อทยอยปรับตัวลดลงสู่เป้าหมาย 2% ของ Fed ตอกย้ำทิศทางเศรษฐกิจในลักษณะ Soft Landing ซึ่งส่งผลให้ทั้งตลาดหุ้น และตราสารหนี้มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเป็นบวกเมื่อ Fed เริ่มลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ เศรษฐกิจหลักของประเทศอื่นๆ มีทิศทางที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน เริ่มจากยุโรปที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้คาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) สามารถเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในไตรมาส 2 นี้ ขณะที่ตัวเลข GDP ญี่ปุ่นในไตรมาส 4/2023 ถูกปรับประมาณการขึ้น สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตได้ดี  


(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)


“ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐและอินเดีย ปัจจุบันระดับ Valuation (Forward P/E) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี แต่ในระยะถัดไป เรามองว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ และ หุ้นอินเดีย ยังคงน่าสนใจ เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่โดดเด่น จึงเป็นอีก 2 ตลาดที่ควรมีไว้ในพอร์ต ในส่วนของ ตราสารหนี้ เองก็ยังคงมีความสำคัญในการจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง ประกอบกับดอกเบี้ยของ Fed จะเข้าสู่วัฏจักรขาลงในระยะถัดไป จึงเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการทยอยเข้าลงทุนเช่นกัน


“ตราสารหนี้โลก”
น่าสนใจ โอกาสกำไรจากดอกเบี้ยขาลง

เช่นเดียวกับ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ ที่มองว่า “ตราสารหนี้โลก” น่าสนใจลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยกำลังพลิกกลับเป็นขาลง ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับ Investment Grade (กลุ่มระดับลงทุน) มักจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะราคาตราสารหนี้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวลง และหากดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง อัตราผลตอบแทน (Yield) ที่ได้รับก็สูงด้วยเช่นกัน


(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)


“ส่วน หุ้นไทย คาดดัชนีฟื้นตัวช่วง 5-6 เดือนข้างหน้า รับ 4 ข่าวดี คือ 1) กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตดี โดยเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ไตรมาส 4/23 ที่ผ่านมา 2) นโยบายรัฐทั้งดิจิทัลวอลเล็ตชัดและท่องเที่ยวฟื้น 3) ราคาหุ้นค่อนข้างถูก ปัจจุบันมีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (Forward P/E) อยู่ที่ 14.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่มีระดับ P/E อยู่ที่ 15.4 เท่า และ 4) อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับลดลง จากสถิติพบว่าราคาหุ้นไทยมักจะปรับตัวขึ้นหลัง ธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ดังนั้น การที่หุ้นไทยปรับตัวลงมาในช่วงนี้จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะเข้าลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างกำไรในระยะสั้น”


ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับฐาน ก็เป็นจังหวะดีในการลงทุนเช่นเดียวกัน ใครที่มั่นใจในพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเชื่อมั่นว่าตลาดยังมีโมเมนตัมไปต่อได้ในระยะยาว “หุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นอินเดีย” ก็ยังน่าสนใจ ส่วนใครที่ชอบของถูกและรอจังหวะเด้งระยะสั้น “หุ้นไทย” ก็พอมีโอกาสเช่นเดียวกัน แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ “ตราสารหนี้โลก” ที่ควรมีติดพอร์ตเอาไว้บ้างรับโอกาสดอกเบี้ยกลับทิศสู่ขาลงนั่นเอง

โต๊ะกองทุน WealthyThai