“กอง KT-IGF-A”...จัดสำรับลงทุน 3 สินทรัพย์ลุย ‘ตลาดสหรัฐ’ !!!
การกระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์แบบ “Asset Allocation” คำพูดที่นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ที่คุ้นหูคุ้นตามาไม่มากน้อย เพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีการลงทุนที่ความเสี่ยงไม่สูงมากนัก
แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลตอบแทนที่อาจจะต่ำกว่าการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพียงประเภทเดียว หรือถ้าในตลาดหุ้นก็คงเป็นในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งนั่นเอง
ซึ่งนักลงทุนหลายคนก็คงไม่ต้องการที่จะต้องแบกความเสี่ยงสูงๆ เช่นนั้น การลงทุนทางเลือกอย่าง “กองทุนรวม” จึงเป็นอีกหนึ่งทางมาช่วยตอบโจทย์นักลงทุนรายบุคคลได้
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอข้อมูล “กองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ “KT-IGF-A” ที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและคนอ่านกันครั้งนี้
“กอง KT-IGF-A” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 7 ปี 9.67% ต่อปี
“การกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation)” สามารถทำได้ทั้งกระจายสินทรัพย์ ตลอดจนกระจายในระหว่างสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน
นอกจากนี้ขึ้นกับนโยบายในการจัดสรรการลงทุนของกองทุนแต่ละกองเป็นสำคัญด้วย บางกองอาจกระจายการลงทุนไปทั่วโลก แต่บางกองก็อาจจะกระจายสินทรัพย์ไปในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ
“ซึ่งในแง่มุมของ ‘ความเสี่ยง’ และ ‘ผลตอบแทนคาดหวัง’ ย่อมจะแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน”

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” หรือ “KT-IGF-A” กองทุนรวมผสมจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ ที่ได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2557 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 17 พ.ค. 64) มีมูลค่าสินทรัพย์ของกองอยู่ที่ 1,564,065,027 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 16.09 บาท/หน่วย
สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของ ‘กอง KT-IGF-A’ ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นกองทุนรวมผสม แต่จะเป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Allianz Income and Growth’ (Master Fund) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Fund) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
“โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายในการเติบโตของเงินทุนและรายได้ในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ 3 ประเภทหลัก (จดทะเบียนในสหรัฐฯ) ได้แก่ หุ้นสามัญและหลักทรัพย์ประเภทหุ้นอื่น ๆ ตราสารหนี้และหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Securities) ซึ่งสัดส่วนระหว่างหลักทรัพย์ในแต่ละประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลาตามที่ผู้จัดการกองทุนรวมหลักเห็นสมควร ทั้งนี้จะประเมินจากสภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยตลาดอันประกอบไปด้วย ราคาหุ้น ระดับอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มของราคาหุ้นและอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเป็นในอนาคต”
ซึ่งจะมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ดีในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติกองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุนนโยบาย
ปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 เม.ย. 64) ‘กอง KT-IGF-A’ มีการลงทุนในกองทุนหลัก 100.73%, เงินฝากธนาคาร 2.26%, สินทรัพย์ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนด 0.20% และสินทรัพย์และหนี้สินอื่น -3.19%
ในส่วนของกองทุนหลักมีสัดส่วนการลงทุน (ณ วันที่ 30 เม.ย. 64) ประกอบด้วย
1.Equities 34.07%
2.High Yield Bond 33.49%
3.Convertibles Bond 32.48%

“ในส่วนของผลการดำเนินงานของ ‘กอง KT-IGF-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 9.67% ต่อปี ขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 12.44% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานของกองอยู่ที่ 13.08% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 23.25% ต่อปี อย่างไรก็ดีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ -26.10%”
โดยผู้ที่สนใจ กองทุนมีมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกอยู่ที่ 1,000 บาท และมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำนั้นไม่กำหนด โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วัน ทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
ส่วนช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านธนาคารกรุงไทย และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆส่วนช่องทางออนไลน์สามารถทำได้ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงๆ นั้น การลงทุนใน ‘กองทุนรวมผสม’ ที่จะมีการกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์และมีการโฟกัสไปใน 3 สินทรัพย์หลักในสหรัฐ อย่าง ‘กอง KT-IGF-A’ ก็เป็นอีกหนึ่งกองที่สะท้อนว่าในยามที่ตลาดมีความผันผวนสูงๆ นั้น กองทุนก็สามารถเอาชนะตลาดหรือดัชนีได้เช่นกัน”
