“KFHEALTH-D” ลุย “หุ้นสุขภาพ” ทั่วโลก… “Megatrend” สไตล์ “Defensive” ฝ่าตลาดผันผวน !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Health Care” ที่เน้นลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ของบริษัทหมวดอุตสาหกรรมทางด้านสุขภาพ
สำหรับ “หุ้นเฮลธ์แคร์” (Health Care) หรือ “หุ้นที่เกี่ยวกับธุรกิจการแพทย์” ถือเป็นหนึ่งหมวดธุรกิจที่นักลงทุนยอมรับว่าเป็นหุ้นสไตล์ “Defensive” ที่มีความผันผวนต่ำและทนทานต่อภาวะตลาดผันผวนได้ดี พร้อมที่จะเติบโตในทุกภาวะตลาด ซึ่งถือเป็น “จุดเด่น” ที่สำคัญของหุ้นในกลุ่มนี้ จึงมักจะถูกนักลงทุนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตการลงทุน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนหุ้นเฮลธ์แคร์” ที่น่าสนใจและสร้างผลตอบแทนได้ดีมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกันในครั้งนี้

“KFHEALTH-D” ลุย “หุ้นสุขภาพ” ทั่วโลก ฝ่าตลาดผันผวน
โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้-ปันผล” หรือ “KFHEALTH-D” ที่อยู่ภายใต้ในการดูแลและบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด’ จนผลการดำเนินงานมีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับจากองค์กรอย่าง “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
สำหรับรายละเอียดเบื้องลึกของกองดังกล่าวเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนรวมหน่วยลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 25 เมษายน 2567) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 3,581,848,675 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 8.73 บาทต่อหน่วย
“ด้านนโยบายการลงทุนหรือกองหลักเป็นกองทุน ‘JPMorgan Funds - Global Healthcare Fund’ โดยให้น้ำหนักการลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลก ‘อย่างน้อย 67%’ ของทรัพย์สินของกองทุน”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KFHEALTH-D’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 24) มีการจัดสรรการเงินลงทุนในต่างประเทศ ประกอบไปด้วย
-
อเมริกาเหนือ 8%
-
ยุโรปและตะวันออกกลาง (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) 8%
-
สหราชอาณาจักร 8%
-
ญี่ปุ่น 7%
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
Pharmaceutical 9%
-
Medtech 0%
-
Biotechnology 2%
-
Healthcare Services 0%
“โดยหุ้นที่ติดอยู่ใน Top5 และนักลงทุนทั่วโลกรู้จักกันดี ตัวอย่างเช่น Eli Lilly, UnitedHealth และ Novo Nordisk เป็นต้น”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน KFHEALTH-D ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 7.43% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.14% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 16.57% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.92% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.90%”
นอกจากนี้ ด้วยนโยบาย “เงินปันผล” จึงทำให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เพิ่มเติม โดยกองทุนจะไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง ในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ของกำไรสุทธิ/กำไรสะสม ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนขึ้นมา ได้มีการจ่ายไปแล้วทิ้งสิ้น 19 ครั้ง รวมเป็นเงิน 7.5500 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาท หรือ 50หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด(มหาชน)และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application
“คงต้องยอมรับว่า กองทุนรวมที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ทั้งจากส่วนต่างราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นและการจ่ายปันผล เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งยิ่งเป็นหุ้นที่มีความผันผวนต่ำและทนทานต่อภาวะตลาดผันผวนได้ดี สไตล์ Defensive Stock อย่าง ‘หุ้นสุขภาพโลก’ จึงถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนได้อย่างเหมาะสมไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
