“กัญชา” พืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง...กับโอกาสการลงทุนผ่าน “กองทุนกัญชา” !!!
“กัญชา” พืชเศรษฐกิจกับโอกาสการลงทุน เป็นกระแสที่มาแรงในประเทศไทยอยู่ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับเรื่องกัญชา-กัญชง ที่ทุกคนต่างให้ความสนใจ
เมื่อกฎหมายในประเทศไทย “ปลดล็อก” กัญชง-กัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดมีผล 15 ธ.ค. 20 เป็นชาติแรกของอาเซียน
แต่ในต่างประเทศมีการลงทุนในเรื่องนี้มานานแล้ว โดยจัดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “กัญชา-กัญชง” ไว้เป็นกลุ่มธุรกิจที่ถูกกฎหมาย มีการดำเนินงานจดทะเบียนเข้าสู่ “ตลาดหุ้น” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนและมีอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจประเภทหนึ่งเลยทีเดียว
“กองทุนรวม” ที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาและกัญชงก็มีในโลกของการลงทุนเช่นเดียวกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

“ตลาดกัญชา” ในต่างประเทศกำลังเติบโต
ข้อมูลจาก “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ประเทศไทยมีการปรับกฎเกณฑ์เพื่อให้นำพืชชนิดนี้มาใช้ประโยชน์ได้ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศเช่น สหรัฐ แคนาดา โดยการทำให้ถูกกฎหมายนี้จะช่วยให้การค้าในตลาดมืดลดลงเนื่องจาก ผู้คนหันมาบริโภคจากตลาดที่มีสินค้าถูกกฎหมาย มีคุณภาพและความปลอดภัยซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมได้มากขึ้น
“จากข้อมูลตลาด (ที่ถูกกฎหมาย) ในสหรัฐ มอร์นิ่งสตาร์คาดว่ามีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทในปี 2020 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านล้านบาท หรือโตกว่า 8 เท่าใน 10 ปีนี้ หรือภายในปี 2030 ทั้งนี้รวมมูลค่าส่วนของกัญชาประเภท recreational หรือที่เรียกว่าเพื่อการสันทนาการด้วย ซึ่งอาจมีรายละเอียดข้อกฎหมายการอนุญาตให้ใช้ที่ต่างกันไปในแต่ละรัฐ”
เปิดข้อมูล “กองทุนกัญชา” ในไทยทั้ง 2 กอง...จาก “บลจ.เอ็มเอฟซี & บลจ.วี”
ด้วยเหตุนี้ธุรกิจที่เกี่ยวกับกัญชาจึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพืชชนิดนี้ออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว ความสนใจนี้จึงเริ่มสะท้อนไปในแง่ของการลงทุนเช่นกัน โดยจำนวน “กองทุนกัญชา” ทั่วโลกนั้นเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงปี 2017-2019
ปัจจุบันประเทศไทยมี “กองทุนกัญชา” 2 กองให้ผู้ลงทุนไทยได้เลือกลงทุน ได้แก่
1.“กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล แคนนาบิส (MCANN)” จาก ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ กองทุนนี้จะลงทุนในกองทุนอีทีเอฟในสหรัฐหลัก 2 กองคือ
-Amplify Seymour Cannabis ETF (CNBS) ที่มีนโยบายลงทุนแบบเชิงรุก (Actively Managed) ในบริษัทที่มีรายได้อย่างน้อย 50% เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงในด้านการแพทย์ การเกษตร และการส่งเสริมเช่นการเงินการลงทุน โดยพอร์ตการลงทุนเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2021 ลงทุนในหุ้น 33 ตัว มีอัตราส่วนหมุนเวียนการลงทุน (turnover ratio) ที่ 94%
-Global X Cannabis ETF (POTX) มีการบริหารแบบเชิงรับ (Passive Management) ที่ให้ผลการดำเนินงานสอดคล้องกับ ‘Solactive Cannabis Index’ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาและกัญชง เช่น การเพาะปลูก ผลิตภัณฑ์สารสกัด การผลิตยา ไปจนถึงการให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ที่โดยรวมแล้วจะค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันกับ CNBS โดยพอร์ตการลงทุนเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2021 ลงทุนในหุ้น 25 ตัว turnover ratio ที่ราว 60%

2.“กองทุนเปิดวี แคนนาบิส บิสสิเนส (WE-CANAB)” ของ ‘บลจ.วี’ ซึ่งมีการลงทุนใน 2 กองทุน ได้แก่
-Global X Cannabis ETF (POTX) ในสัดส่วนประมาณ 40%
-ETFMB Alternative Harvest ETF (MJ) ประมาณ 60% ที่ลงทุนแบบ passive เช่นกัน เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ ‘Prime Alternative Harvest Index’ โดยดัชนีตัวนี้จะลงทุนเกี่ยวกับกัญชาทั้งด้านการแพทย์หรือสันทนาการ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาสูบ พอร์ตการลงทุนเมื่อ 17 พ.ค. 2021 ลงทุนในหุ้น 30 ตัว turnover ratio ที่ 46%
“การลงทุนในกัญชา-กัญชงถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ลงทุนหลายท่าน ก่อนจะเริ่มลงทุนจึงควรศึกษาให้เข้าใจในรายละเอียด จากตัวอย่างกองทุนที่ลงทุนเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับกัญชาทั่วโลก พบว่ามีผลตอบแทนเฉลี่ยสะสม 4 เดือนแรกปี2021 ที่ 30.8% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 21) แต่หากมองย้อนไปช่วงก่อน COVID-19 หรือรอบปี 2019 ที่ผลตอบแทนการลงทุนทั่วโลกถือว่าค่อนข้างสูง แต่กองทุนกัญชามีผลตอบแทนเฉลี่ย -18.3% ถือเป็นการสะท้อนถึง ‘ความเสี่ยงเฉพาะ’ ของกองทุนประเภทนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว”
“บลจ.เอ็มเอฟซี” ชี้ “กัญชา”...เป็นโอกาสการลงทุนที่มีอนาคต
ด้าน “ดร.ชาญวุฒิ รุ่งแสงมนูญ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) บอกว่า สาเหตุที่ “กัญชา” เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากโอกาสการเติบโตที่สูง ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา และอนุญาตให้กัญชาถูกกฎหมายเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยคาดการณ์แนวโน้มตลาดกัญชา-กัญชง ทั่วโลกจะเติบโต 33% ต่อปีต่อเนื่องจนถึงปี 2025 และมีมูลค่ากว่าหนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปัจจุบันมีถึง 37 ประเทศที่อนุญาตให้มีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งจำนวนนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย

“โดยประเทศที่ใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ตลาด Cannabis ทั่วโลกจะโต 17.1% ต่อปีต่อเนื่องจนถึงปี 2025 และมีมูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ‘ตลาดกัญชา’ มีแนวโน้มจะเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกมาก เนื่องจากการอนุญาตให้กัญชาและผลิตภัณฑ์กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดมีจำนวนประเทศที่อนุญาตแล้วถึง 37 ประเทศทั่วโลก”
“บลจ.วี” คาด “ธุรกิจกัญชา” ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูง...หลังกฎหมายปลดล็อกให้ ‘ถูกกฎหมาย’ มากขึ้น
เช่นเดียวกับ “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด ที่มองว่า มูลค่าตลาดของกัญชามีขนาดใหญ่ แต่เป็นประเภท ‘กัญชาที่ผิดกฎหมาย’ เป็นสัดส่วนใหญ่กว่าส่วนที่เป็นการใช้ ‘กัญชาถูกกฎหมาย’ เช่น กัญชาทางการแพทย์และ Adult-use คาดว่ากัญชาส่วนที่ใช้อย่างถูกกฎหมายจะเริ่มเติบโตขึ้นในปี 2021 และมี sharing เป็น 1 ใน 3 ของตลาดทั้งหมด สัดส่วนของตลาดกัญชาที่ถูกกฎหมายคาดว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 27% มีมูลค่าประมาณ 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 จากระดับ 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2020
“ทั้งนี้ปัจจัยผลักดันสำคัญคือการออกกฎหมายรองรับการใช้กัญชาเพิ่มมากขึ้น โดยมีกลุ่มของ Adult-use และ CBD (Cannabidiol : เป็นสารที่ไม่มีผลออกฤทธิ์ทางจิตประสาทช่วยบรรเทาอาการจากสารเคมีในร่างกาย ลดความเครียด อาการทางจิต โรคลมชัก) จะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงสุด ขณะที่กลุ่มการใช้ทางการแพทย์จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก”
ในกลุ่ม Adult-use 46% ของผู้บริโภคประเภทสันทนาการในสหรัฐมีการบริโภคกัญชาในอาหารเป็นปกติ รวมถึงเป็นส่วนผสมในประเภทเครื่องดื่ม ช็อคโกแลต และของหวานต่างๆ เป็นต้น ในกลุ่ม CBD oil มีมูลค่า ‘Global CBD’ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 โดยมีตลาดหลักคือประเทศสหรัฐ, ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร โดยยอดขายหลักจะมาจากผลิตภัณฑ์ในรูปแบบทิงเจอร์, สเปรย์ และการสูดดม
สำหรับนักลงทุนที่สนใจจะกระจายเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนใน “กองทุนกัญชา” นั้น ต้องตระหนักว่าความเสี่ยงในกองทุนประเภทนี้ถือว่ามีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรม จึงอาจทำให้มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนหุ้นที่มีการกระจายการลงทุนในหลายธุรกิจได้ในบางช่วงเวลา แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนที่มี Story ที่น่าสนใจประเภทหนึ่งเลยทีเดียว
