Official Update :

ชี้ “โอกาสทอง” ของการลงทุน “ตราสารหนี้”... แนะกระจายทั้ง “ระยะสั้น-ระยะกลาง” !!!

Fun of Funds: ย้อนไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในยุค “ดอกเบี้ยต่ำ” ติดดิน การลงทุนใน “ตราสารหนี้” ดูจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าและเสียโอกาสการลงทุนไป จนต้องไป Search for Yield” กัน และในช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ก็ยังทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวเกิดผลขาดทุนตามมาอีก


แต่ปัจจุบัน “สิ้นสุดวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น” เราจะไม่ได้ยินเรื่อง Search for Yield” กันอีกแล้ว เพราะลงทุน “ตราสารหนี้” ความเสี่ยงเท่าเดิม ผลตอบแทนก็ดีขึ้นทันตาเห็นในตราสารหนี้ระยะสั้น


และนี่ยังเป็น “จังหวะที่ดี” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก สำหรับการลงทุนใน “ตราสารหนี้” อีกด้วย เพื่อรับประโยชน์จาก “วงจรดอกเบี้ยดอกเบี้ยขาลง” ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา


“ตราสารหนี้” ถือเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนควรมีติดพอร์ตไว้ ช่วย “กระจายความเสี่ยง” และยังมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนใน “ตราสารหนี้” มาฝากกัน


“ตราสารหนี้” มีประโยชน์ในแง่การ “กระจายความเสี่ยง”...ส่วนผลตอบแทนก็มีทั้งช่วงที่ “ดี” และ “ไม่ดี” เช่นกัน

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า แม้ในช่วงนี้การลงทุนใน “ตราสารหนี้” (Bond) จะให้ผลตอบแทนที่ไม่ดี แต่ที่ผ่านมา Bond ยังให้ประโยชน์ในแง่การกระจายการลงทุนและช่วยป้องกันความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี


ทั้งนี้เป็นเวลาถึง 46 เดือนหรือเกือบ 4 ปีที่ Bond yield” มีแนวโน้มขึ้นทำ “New High” อย่างต่อเนื่องซึ่งนับว่าเป็นสภาวะที่ไม่ดีกับตลาด Bond อย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงในอดีตที่ผ่านมา เห็นได้จากค่าสถิติของผลขาดทุนสูงสุด (Maximum drawdown)



“ทำให้ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนนำเงินเข้าไปลงทุนในกองทุนประเภท Money Market Fund’ มากขึ้นแทนเพื่อป้องกันการขาดทุน เพราะอย่างน้อยก็ได้ผลตอบแทนประมาณ 5% แล้วในสหรัฐ อย่างไรก็ตามหลักการลงทุนคือการคาดหวังต่อผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตมากกว่า ดังนั้นการไม่ลงทุนใน Bond ตอนนี้ก็เหมือนการที่เราพลาดโอกาสในการลงทุนหุ้น Apple ตั้งแต่ปี 1980 นั่นเอง แต่นักลงทุนควรคำนึงถึง 2 เรื่องในความเป็นจริงต่อไปนี้คือ 1) ตลาดตราสารหนี้ก็มีช่วงที่ให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีได้ 2) การอดทนลงทุนในช่วงตลาดที่ไม่ดีจะช่วยให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคตได้เช่นกัน”


โอกาสที่ดีในการลงทุนใน “ตราสารหนี้”...เพื่อผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

ปัจจุบัน Bond Yield” ได้ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ใช้นโยบายเข้มงวดทางการเงินต่อเนื่อง 18 เดือน ทำให้นี่อาจเป็น “โอกาสการลงทุนที่ดี” เพื่อรอรับผลตอบแทนที่ดีในอนาคตจากตราสารหนี้ ทั้งนี้แม้การคาดการณ์ถึงทิศทางและกรอบการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ก็ตาม แต่ผลสำรวจความเห็นผู้จัดการกองทุนของ Bank of America พบว่าเกือบ 65% เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับลดลงภายในช่วงก่อนสิ้นปีนี้


โดยสรุปแล้วภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ยืนสูงได้ยาวนานนั้นยังไม่ได้อยู่ในสมมติฐาน Base case ของ Morningstar” และตลาดโดยรวมยังเชื่อว่าการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องจะยังเกิดขึ้นต่อไปในอีก 18 เดือนข้างหน้าจากนี้ ขณะที่ “Bond Yield” ที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ เท่านั้น



“การลงทุนควรจะยึดถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมากกว่าการอิงไปกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ในแง่การลงทุนในตราสารหนี้ก็ควรมีการ กระจายการลงทุน เช่นกันทั้งในตราสารหนี้ระยะสั้น ระยะกลาง รวมไปถึงการลงทุนในกลุ่ม ‘High Yield’ ทั้งในตลาดสหรัฐและตลาดเกิดใหม่”


สำหรับการลงทุนตอนนี้ยังควรลงทุนใน “ตราสารระยะสั้น” เพราะนอกจากให้ผลตอบแทนที่สูงแล้วยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการที่ Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่องมากกว่าที่คาด นอกจากนี้ยังคงต้องลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะยาว” มากขึ้นด้วยหากดูจากแนวโน้มทิศทางเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และนโยบายการเงินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต (ตราสารหนี้ระยะยาวมักจะมีผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น)


“ดังนั้น แม้เราจะไม่ได้คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกสักพักก็ตามแต่เรายังแนะนำให้ลงทุนระยะสั้นเพื่อรองรับความเสี่ยงในเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มการลงทุนไปในตราสารระยะยาวมากขึ้นเพื่อรองรับแนวโน้มของดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลดลงในอนาคตนั่นเอง”


ในแง่ Corporate Bond” ของสหรัฐ ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ให้ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลและความเสี่ยงถือว่าไม่น่าสนใจมากแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาภาคธุรกิจมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีเงินสดค่อนข้างมาก และความต้องการกู้ยืมมีน้อยจากการที่ได้กู้ไปมากแล้วในช่วงปี 2020-2021 ที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่เสนอขายให้นักลงทุนในปัจจุบันไม่น่าสนใจ


“ส่วนกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ Mortgage-backed securities’ ที่มูลค่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจกว่า, ‘Emerging-markets debt’ ที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าในอนาคตหาก Fed ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง”


ใครที่ยังไม่มี “ตราสารหนี้” ในพอร์ต ก็เป็นจังหวะในการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ดีในอนาคต และที่สำคัญยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วย “กระจายความเสี่ยง” ให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตไว้สินทรัพย์หนึ่งเลยทีเดียว

โต๊ะกองทุน WealthyThai