Official Update :

“KWI INDIA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” ตอบโจทย์ระยะยาว... พื้นฐานแกร่ง ตลาดที่ “แพง”- แต่ยังแรงได้อีก !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม India Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นอินเดีย” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ต่างๆ ของเศรษฐกิจในอินเดีย


ล่าสุดอินเดียได้ นเรนทรา โมดี” เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดีย สมัยที่3 เป็นผู้นำอินเดียต่อไปอีก 5 ปี แม้พรรค BJP จะไม่ได้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวตามที่คาดไว้ก็ตาม เล่นเอา “ตลาดหุ้นอินเดีย” ปรับฐานลงมารับข่าวดังกล่าว


แต่ปัจจุบัน “หุ้นอินเดีย” ก็ยังเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ “ไม่ถูก” มี Forward 12M P/E ที่ 20.26 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 20.16 เท่า อย่างไรก็ตามตัวเลขการเติบโตของกำไรในปี24 ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงคาดว่าจะโต +14.47% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 14 มิ.ย. 24) ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่จะหนุนให้ตลาดหุ้นอินเดียยังเติบโตต่อไปได้ในระยะยาวเช่นเดียวกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นอินเดีย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



KWI INDIA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” ร่วมเติบโตกับ “มหาอำนาจแห่งเอเชีย”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ชนิดสะสมมูลค่า (KWI INDIA-A) บริหารจัดการโดย บลจ.เคดับบลิวไอมีความเสี่ยง “ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2558 มีนโยบายลงทุน “หุ้นอินเดีย” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ต่างๆ ของเศรษฐกิจในอินเดีย ผ่านกองทุนหลัก ‘Manulife Global Fund-India Equity Fund (Share Class I2)’ บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง KWI INDIA-A’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 24) มีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • Financials 58%

  • Industrials 76%

  • Consumer Discretionary 58%

  • Information Technology 19%

  • Materials 73%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย ICICI BANK LIMITED, RELIANCE INDUSTRIES LIMITED, INFOSYS LIMITED, MAHINDRA & MAHINDRA LTD., และ AXIS BANK LIMITED ตามลำดับ”


\


“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KWI INDIA-A ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 8.84% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.59% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.10% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.60% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.24%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถลงทุนได้โดยไม่มีขั้นต่ำแต่ประการใด ส่วนการขายคืนนั้นไม่มีการกำหนดการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำแต่ประการใด โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันทำรายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เคดับบลิวไอ จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน KWI Click for Funds


สำหรับ “หุ้นอินเดีย” เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจมีพื้นฐานรองรับทั้งทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีแนวโน้มเติบโตสูงได้ในระยะยาว ราคาอาจจะ “ไม่ถูก” แต่ก็มีโมเมนตัมที่ส่งให้ไปต่อได้ แต่ก็อาจเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และมั่นใจในศักยภาพระยะยาวของ “อินเดีย” จริงๆ


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’