“หุ้นสหรัฐ” ยังไม่ฟองสบู่ ตลาดปรับฐานชี้ “โอกาสลงทุน”... ชี้ ถ้า “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง – เงินอาจยังอยู่ใน “ตลาดสหรัฐ” ต่อเนื่อง !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่อง “ตลาดหุ้นสหรัฐ” กันอีกครั้ง หลังจาก “หุ้น 7 นางฟ้า” (Magnificent7) สะดุ้งงบไตรมาสที่2/24 ต่ำคาด กดดัชนี “Nasdaq” และ “S&P 500” ปรับตัวลง -3.64% และ -2.31% ตามลำดับ ในวันที่ 24 ก.ค. 24 ที่ผ่านมา
เล่นเอานักลงทุนผวาไปตามๆ กัน หรือว่าจะเป็นการ “จบรอบ” ของหุ้นเทคฯ หรือจะเป็น “ฟองสบู่” ที่กำลังจะแตกกันแน่
แต่ใจเย็นๆ ไว้ เมื่อ “หุ้นเทคฯ” สหรัฐเป็นตัวนำ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ให้กลายร่างเป็นกระทิงเขียววิ่งโชว์เดี่ยวในโลกมากกว่า 2 ปี จะไม่ให้ “ปรับฐาน” บ้างก็กระไรอยู่
แต่ในแง่ของพื้นฐานผู้จัดการกองทุนทั่วโลกประสานเสียง “แกร่งจริง” ไม่มีใครสงสัย เพียงแต่ราคา “ตึงตัว” ไปบ้างเท่านั้นเอง และมองตรงกันระยะยาวยังไปต่อได้แน่นอน
“หุ้นสหรัฐ” ในวันนี้ แค่ “สะดุ้ง” เท่านั้น แต่ในภาพรวมยังคงโอเคและเป็นหนึ่งในตลาดที่ยังคงน่าสนใจในช่วงครึ่งหลังของปี’24 นี้
เรื่องราวจะเป็นเช่นไรนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมาฝากกัน

“หุ้นสหรัฐ” ไม่ใช่ฟองสบู่...แค่ที่ผ่านมา “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” มีน้ำหนักต่อผลตอบแทนของตลาดค่อนข้างมาก
ปัจจัยที่กดดัน “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” ในช่วงที่ผ่านมา เป็นเพราะผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าคาดทั้งในหุ้น “Tesla” และ “Alphabet” จึงทำให้หุ้นถูกเทขายออกมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะราคาของ “หุ้น 7 นางฟ้า” ซึ่งมีอิทธิพลในดัชนีหุ้นสหรัฐค่อนข้างมาก เป็นตัวขับเคลื่อนการปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงที่ผ่านมา
และแน่นอนย่อมมากับความคาดหวังของผลประกอบการที่จะมาสนับสนุนด้วยเช่นกัน ดังนั้น ตลาดจึงมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลผลกำไรของบริษัทในกลุ่ม “หุ้น 7 นางฟ้า” ค่อนข้างมาก แม้จะออกมาผิดจากคาดเพียงเล็กน้อย ตลาดก็พร้อมจะเทขายและทำให้เกิดการปรับฐานที่รุนแรงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในแง่ของพื้นฐานของธุรกิจเองนั้น ไม่มีใครสงสัยแต่ประการใด
โดย “เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี บอกว่า นักลงทุนหายคนสงสัยว่า “หุ้นสหรัฐ” จบรอบหรือยัง เป็น “ฟองสบู่” หรือเปล่า บอกเลยว่า “ไม่ใช่” และนี่คือหนึ่งในตลาดที่ยังคงน่าสนใจลงทุนในครึ่งหลังปี24 นี้ อย่างไรก็ตาม “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เองมีโอกาสปรับฐานหลังจากที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาสูง แต่ “ไม่ใช่ฟองสบู่” แต่ประการใด การที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาส่วนหนึ่งก็เพราะมีกำไรที่เติบโตรองรับ ดังนั้น ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนเช่นกัน
(เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์)
“ผลตอบแทนดัชนี ‘S&P500’ ตั้งแต่ต้นปี +15% นั้น มาจากหุ้น ‘Nvidia’ ตัวเดียว 1 ใน 3 มาจากหุ้น 6 ตัวที่เหลือใน ‘Mag7’ อีก 1 ใน 3 ที่เหลืออีก 493 ตัว อีก 1 ใน 3 นอกจาก ‘หุ้นเทคฯ สหรัฐ’ หุ้นในกลุ่มอื่นๆ ในช่วงครึ่งปีแรกเริ่มมีผลประกอบการที่ดีขึ้น มีหลายกลุ่มที่กำไรโตมากกว่า 10% และจะเป็นแรงหนุนให้ ‘หุ้นสหรัฐ’ ยังไปต่อได้”
“หุ้นสหรัฐ” ยังน่าสนใจ...แต่อาจมีการเปลี่ยนกลุ่มเล่นไปสู่หุ้น “Defensive” หรือ “Value” มากขึ้น
เช่นเดียวกับ “วรรณจันทร์ อึ้งถาวร” รองกรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ.ยูโอบี ที่ยอมรับว่า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” ราคาค่อนข้างแพงไปในปัจจุบัน แม้ว่าพื้นฐานของธุรกิจเองไม่ใช่ปัญหาก็ตาม โดยภาพรวม “หุ้นสหรัฐ” ยังน่าสนใจ เพียงแต่อาจจะต้องเปลี่ยนกลุ่มเล่นจากหุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ ไปสู่ “หุ้น Defensive” หรือ “หุ้น Value” มากขึ้น ตลอดจน “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่ยัง Laggard อยู่พอสมควร แต่นี่ก็บนสมมติฐานว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไปต่อได้ไม่ได้เกิด Hard Landing แต่ประการใด

(วรรณจันทร์ อึ้งถาวร)
“ประเด็นที่ต้องจับตา คือ ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ หาก ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ชนะเลือกตั้ง ที่ตลาดเคยคาดว่าเงินจะไหลออกจากสหรัฐมาสู่ตลาดเกิดใหม่ ในช่วงที่ดอกเบี้ยลดลงก็อาจจะไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้ เพราะเขามีนโยบายสงครามการค้าและต้องการให้สหรัฐเป็นที่หนึ่ง เงินลงทุนเองอาจจะยังอยู่ในสหรัฐและหนุนให้ตลาดยังคงเดินหน้าต่อไปได้เช่นกัน แต่โดยพื้นฐานแล้วหุ้นสหรัฐก็ยังแข็งแกร่งและน่าสนใจ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนกลุ่มเล่นเท่านั้นเอง”
สำหรับ “หุ้นสหรัฐ” มองในภาพรวมเองมีน้ำหนักใน “ดัชนีหุ้นโลก” ประมาณ 50% ซึ่งหากจะจัดพอร์ตโดยอิงกับตลาดหุ้นโลก นี่คือพอชั่นใหญ่ที่ไม่ควรละเลยแต่ประการใด ที่สำคัญด้วยพื้นฐานของบจ.ที่ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาจะตึงตัวไปบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อ “หุ้นกลุ่มอื่น” ปรับตัวขึ้นมาสร้างสมดุล ก็จะทำให้หุ้นสหรัฐมีเสถียภาพและน่าสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน
