Official Update :

“ThaiESG-ใหม่” ทางเลือกลงทุนสุดคุ้มแบบ 3 in 1... ได้ “เซฟภาษี+ผลตอบแทน+รักษ์โลก” !!!

Fun of Funds: ปีนี้ ตลาดทุนไทยมี “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เงื่อนไขใหม่ มาเป็นกลไกที่จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นเพิ่มมากขึ้น


โดยรัฐเพิ่มการลดหย่อนภาษีขึ้นเป็น 3 แสนบาท” และลดระยะเวลาลงทุนเหลือ 5 ปี” (นับจากวันที่ซื้อ) ลงทุนปีไหนใช้สิทธิปีนั้น ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่อง ไม่นับรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณแต่ประการใด


จึงถือเป็นทางเลือกแรกที่ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่ต้องการลดหย่อนภาษีได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมการออมและสนับสนุนธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนในไทยอีกด้วย


อีกธีมที่น่าสนใจ ก็คือ “หุ้นเวียดนาม” ดาวเด่นแห่งเอเชีย ที่พื้นฐานแกร่ง-เศรษฐกิจโตดี-ราคาไม่แพง-กำไรบจ.โตดี ใครรับความเสี่ยงได้สูงมีติดพอร์ตไว้สำหรับเป้าหมายระยะกลางและยาวก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว


ทำไม ธีม ThaiESG” และ “หุ้นเวียดนาม” จึงมีความโดดเด่นน่าสนใจนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทมุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย



ThaiESG”: ทางเลือกตอบโจทย์ “ผู้ใช้สิทธิลดภาษี”

โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี มองว่า ThaiESGเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ในส่วนของ “หุ้นไทย” เรายังมีมุมมองเชิงบวกในช่วงครึ่งปีหลังคาดการณ์ดัชนี SET สิ้นปี24 ที่ระดับ 1,500 จุด กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจคือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว สำหรับกลยุทธ์การเข้าลงทุนแนะนำให้ทยอยเข้าลงทุนในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลง อย่างไรก็ตามนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยและต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หรือต้องการลดความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุน พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนก็ยังมีกลุ่ม ThaiESG-ตราสารหนี้” ให้เลือกลงทุนได้เช่นกัน


(สุภาพร ลีนะบรรจง)


“ปัจจุบันเป็นช่วงที่ดีสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเสี่ยงต่ำ ช่วยในการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้น และยังได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 2.5% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 10 ปี และคาดว่าได้สิ้นสุดวัฎจักรขาขึ้นของดอกเบี้ยในรอบนี้แล้ว จึงมีความเสี่ยงขาลงอยู่ในระดับที่จำกัด โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลงได้ในปีนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างยาว และในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลงก็จะได้รับประโยชน์จากราคาที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย”


สำหรับประเทศไทยมีการออกตราสารหนี้กลุ่ม ESG มากเป็น “อันดับ 2 ในอาเซียน มีมูลค่ารวมกว่า 12,169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา: ThaiBMA, ณ 17 .. 23) และเมื่อเทียบสัดส่วนตราสารหนี้ ESG ของไทยกับยุโรปแล้ว สัดส่วนการเติบโตในไทยยังมีได้อีกมากเลยทีเดียว


“หุ้นเวียดนาม”
: ราคาถูก-ศก.โตดี...ชี้ “จังหวะลงทุน”

ทางด้าน จุมพล สายมาลา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.พรินซิเพิล บอกว่า “เวียดนาม” ถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพเติบโตสูงและตลาดหุ้นมีความน่าสนใจเข้าลงทุนต่อเนื่อง ถึงแม้ว่า “ตลาดหุ้นเวียดนาม” จะปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งโดยมีจุดเด่นที่น่าจับตามอง ได้แก่ 1) เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่คาดว่าจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก โดย “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเวียดนามจะเติบโตเฉลี่ย 6.5% ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ โดยในช่วงไตรมาสที่ 2/24 ที่ผ่านมา GDP ของเวียดนามปรับขึ้นสูงถึง 7% จากปีก่อน 2) ประชากรในเวียดนามมีศักยภาพสูง ในขณะที่ค่าแรงของเวียดนามไม่สูงนัก ทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้


(จุมพล สายมาลา)


3) บริษัทต่าง ๆ กระจายการลงทุนจากจีนมายังเวียดนามจากการใช้นโยบาย China+1 เพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน 4) การส่งออกของเวียดนามทั้งสินค้าและบริการเติบโตต่อเนื่อง 5) เศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง ทำให้การบริโภคในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้น ชนชั้นกลางเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และ 6) การเมืองเวียดนามมีเสถียรภาพสูงเนื่องปกครองด้วยพรรคการเมืองเดียว


“ตลาดหุ้นเวียดนามมีความน่าสนใจ สามารถสร้างผลตอบแทนดีที่สุดในอาเซียน โดยคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ในอีก 12 เดือน และ 24 เดือนข้างหน้านับตั้งแต่เดือน ก.ค. 24 จะโตได้กว่า 30% และ 20% ตามลำดับ ในขณะที่ค่า Forward P/E 12 เดือน อยู่ในระดับไม่สูงประมาณ 13 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ -0.5 SD จึงเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมเพิ่มได้สำหรับนักลงทุนระยะกลางและยาว”


ใครต้องการลงทุนแบบคุ้มค่า กลุ่ม “ThaiESG” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์เลยทีเดียว เพราะได้เซฟภาษีและโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีคู่กันไป หรือใครที่รับความเสี่ยงได้สูงและมองหาโอกาสกระจายลงทุนไปในตลาดที่มีโมเมนตัมในการเติบโต “หุ้นเวียดนาม” ก็เป็นดาวเด่นที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน แต่ต้องมองเป็นการลงทุนระยะกลาง-ยาวเป็นสำคัญ เพราะความผันผวนระยะสั้นยังคงเกิดขึ้นได้ตามบุคลิกของ “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) นั่นเอง

โต๊ะกองทุน WealthyThai