“กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ลงทุนเพิ่มค่า-วันหน้ามั่นคง... ฟื้นตำนานแห่ง “การออม-การลงทุน” !!!
โดย: กระทรวงการคลัง
ชื่อของ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” เป็นหนึ่งในตำนานที่ยังมีชีวิตและเชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ในฐานะกลไกในการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับประชาชน ด้วยความผันผวนที่ต่ำกว่า
ย้อนไปในปี 2003 (พ.ศ. 2546) “กระทรวงการคลัง” ได้จัดตั้ง “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ขึ้นมาในรูปแบบกองทุนปิด มีอายุโครงการลงทุน 10 ปี เป็น “กองทุนผสม” ที่มีนโยบายคุ้มครองเงินลงทุนพร้อมผลตอบแทนขั้นต่ำตลอดอายุโครงการที่ร้อยละ 3 บริหารจัดการโดย 2 บลจ. ได้แก่ “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.เอ็มเอฟซี”
ตลอดอายุโครงการ 10 ปีของกองทุนรวมนั้น มีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยให้ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. ถึงร้อยละ 5.14 ต่อปี เลยทีเดียว (ที่มา: ประวัติการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. ระหว่างปี 2546 - 2556)
โดยหลังครบอายุโครงการ ได้ทำการคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. ทั้งหมด และได้แปรสภาพเป็น “กองทุนเปิด” และเสนอขายเฉพาะหน่วยลงทุนประเภท ข. ให้แก่ “กระทรวงการคลัง” และนักลงทุนที่เป็นหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น โดยยังไม่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ให้แก่ “ผู้ลงทุนทั่วไป” ตราบจนถึงทุกวันนี้
แต่วันนี้ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” กำลังจะกลับมา เพื่อเป็นทางเลือกในการออมและการลงทุนให้กับประชาชนคนไทยอีกครั้ง
“กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ลงทุนเพิ่มค่า-วันหน้ามั่นคง...ฟื้นตำนานแห่ง “การออม-การลงทุน”
เป็นที่ทราบกันว่า “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงที่ผ่านมา ดูจะมีทิศทางเคลื่อนไหวที่ตรงข้ามกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าไม่สอดคล้องกับพื้นฐานที่เป็นไป จนปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่มีราคาถูกตลาดหนึ่งในโลก โดยมี Forward 12M P/E 13.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.5 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 16 ส.ค. 24)
แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “นักลงทุนต่างชาติ” กลับขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยไปแล้วกว่า 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งดูจะค้านกับพื้นฐานของเศรษฐกิจของประเทศและตลาดหุ้นไทยอยู่พอสมควร ภาครัฐ โดย “กระทรวงการคลัง” จึงมีแนวคิดที่จะระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ของ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปอีกครั้ง
“โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะบริหารจัดการหลักทรัพย์ที่รัฐถือครองให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในระยะยาวและมั่นคง โดยลงทุนในกิจการที่มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อประเทศในเชิงเศรษฐกิจและต้องการการส่งเสริมจากภาครัฐ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศ และเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนให้แก่ประชาชนนั่นเอง”
สำหรับรูปแบบของ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” จะมีหน่วยลงทุน 2 ประเภท เหมือนเดิม คือ “ประเภท ก.” และ “ประเภท ข.” โดยหน่วยลงทุน “ประเภท ก.” จะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่ม “สภาพคล่อง” ในการซื้อขายให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. นั่นเอง
“ซึ่งผลตอบแทนของ ‘กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง’ ในครั้งนี้ ยังคงมีความน่าสนใจและถือเป็นทางเลือกในการออมและการลงทุนที่ตอบโจทย์ในระยะยาว ‘ลงทุนเพิ่มค่า...วันหน้ามั่นคง’ ได้เป็นอย่างดี”
“กลไกคุ้มครองเงินลงทุน & ผลตอบแทน”...กำหนด “อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ” & “อัตราผลตอบแทนขั้นสูง” เอาไว้
โดย “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ที่จะเปิดเสนอขายใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้นั้น ยังคง “จุดเด่น” เอาไว้ครบทั้งกลไก “คุ้มครองเงินลงทุน” และ “ผลตอบแทน” ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนนั่นเอง
การจะดึงประชาชนทั่วไปให้เข้ามาเรียนรู้การลงทุนระยะยาวใน “ตลาดหุ้นไทย” นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหุ้นถือเป็นสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนคาดหวังที่สูง แต่ก็มีความผันผวนที่สูงด้วยเช่นกัน ดังนั้น ภาครัฐจึงออกแบบ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ให้มีกลไกในการคุ้มครองทั้งเงินลงทุนและผลตอบแทนเอาไว้ให้กับนักลงทุน
โดยผู้ถือหน่วยลงทุน “ประเภท ก.” จะได้รับ “เงินปันผล” ในแต่ละปี ตามอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุน แต่ไม่น้อยกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปี และไม่เกินกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นสูงต่อปีที่กำหนดไว้ ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำและขั้นสูงดังกล่าวจะเป็น “อัตราคงที่ตลอด 10 ปี”
ตัวอย่าง: อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ x% ต่อปี และอัตราผลตอบแทนขั้นสูง y% ต่อปี ในกรณีที่กองทุนมีผลการดำเนินงานติดลบ นักลงทุนจะยังคงได้รับเงินปันผลขั้นต่ำ x% อยู่ และในกรณีที่กองทุนมีอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงมากกว่า x% นักลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนตามจริง แต่ไม่เกินอัตราผลตอบแทนขั้นสูง y% ที่กำหนดเป็นเพดานเอาไว้
“ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยที่สนใจได้มีโอกาสลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีในระยะยาว ผ่านการลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ซึ่งมีบริษัทจัดการช่วยบริหารจัดการการลงทุนอย่างมืออาชีพ (ต่างกับการลงทุนในหุ้นด้วยตัวเอง) และในส่วนของเงินลงทุนก็จะมีกลไกในการคุ้มครองเงินลงทุนเช่นเดียวกัน ซึ่งในรายละเอียดต่างๆ อยู่ในระหว่างการพิจารณาและจะมีความชัดเจนออกมาก่อนเสนอขายแน่นอน”
คาดเสนอขายไตรมาส 3/24 มูลค่าการเสนอขาย 1.0 – 1.5 แสนล้านบาท ระยะเวลาลงทุนเบื้องต้น 10 ปี
สำหรับ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” จะเสนอขายหน่วยลงทุน 100,000-150,000 ล้านบาท โดยเสนอขายหน่วยลงทุน “ประเภท ก.” ให้ผู้ลงทุนทั่วไป เช่น นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมีระยะเวลาการลงทุนเบื้องต้น ที่ 10 ปี ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3/24 นี้
โดย “จุดเด่น” ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
-
จะเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ รวมถึงมีการบริหารแบบเชิงรุกและเชิงรับ โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในตราสารทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เน้นการลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคงในระยะยาว “ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน” และ “มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี”
-
มีกลไกการคุ้มครองเงินลงทุนโดยกำหนดรูปแบบการชำระคืนเงินลงทุนที่มีลักษณะเป็น “Waterfall” และมีกลไกการบริหารความเสี่ยง โดยการกำหนดสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ต่อเงินลงทุนของหน่วยลงทุน “ประเภท ก.” และมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน “ประเภท ก.” หากสัดส่วนดังกล่าวลดลง
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” และ “มีความมั่นคงในระยะยาว” จากการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” เชื่อว่า “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” กองทุนเพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุน น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
