การลงทุนซับซ้อน&หาผลตอบแทนยากขึ้น...ปัจจัยหนุน “กองทุนส่วนบุคคล” ยังโตได้อีกมาก!!!

รู้หรือไม่?...ช่วง 10 ปีก่อนวิกฤติ COVID-19 (2009-2019) "กองทุนส่วนบุคคล" โตเฉลี่ยปีละ (CAGR) 17.92% ในปี2020 ที่เกิด COVID-19 กลับโตก้าวกระโดด +77.05%


เรียกว่าเป็นกลุ่มกองทุนประเภทเดียวที่มีการโตสวนกระแสขึ้นมาในช่วงวิกฤติ COVID-19 ก็คงไม่ผิดนัก แม้ว่าในช่วง 4 เดือนแรกปี21 จะยังไม่ไปไหนเพียง 2.67% ก็ตาม แต่ก็มาจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้านั่นเอง


“ตลาดคนมีเงิน” ยังเป็นตลาดที่ใหญ่มากและเป็นที่หมายปองไม่ใช่เฉพาะบลจ.เท่านั้น โบรกเกอร์ และแบงก์เองก็เช่นกัน


“เงินฝากทั้งระบบ” (ณ เม.ย.21) มีประมาณ 15.83 ล้านล้านบาท ประมาณ 31.39% อยู่ในคนที่มีเงินฝากมากกว่า 100 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งคิดเป็น 0.01% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมดกว่า 109 ล้านบัญชี


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลสถิติและเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



รู้หรือไม่
?...เงินฝากในระบบ 53.64% อยู่ในคนที่มีเงินฝากตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปประมาณ 0.14% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด

จากข้อมูลของ “ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” ปฏิเสธไม่ได้ว่า...ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ยัง “กระจุกตัว” อยู่ในเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้น ณ สิ้นเม.ย.21 มีบัญชีเงินฝาก 109 ล้านบัญชี มีเม็ดเงินรวมกันกว่า 15.83 ล้านล้านบาท


-ประมาณ 31.39% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 4.97 ล้านล้านบาท อยู่ในบัญชีเงินฝากที่มากกว่า 100 ล้านบาท ขึ้นไป 12,128 บัญชี หรือคิดเป็น 0.01% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด


-ประมาณ 53.64% หรือครึ่งหนึ่งคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 8.49 ล้านล้านบาท อยู่ในบัญชีเงินฝากมากกว่า 10 ล้านบาท ขึ้นไป 155,350 บัญชี คิดเป็น 0.14% ของบัญชีทั้งหมด





“จะเห็นว่าเม็ดเงินฝากกว่า 50% ในระบบเงินฝาก อยู่ในคนมั่งคั่งที่มีเงินฝากมากกว่า 10 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งมีไม่ถึง 1% ของบัญชีเงินฝากทั้งระบบ และคนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งของแบงก์ บลจ. และโบรกเกอร์ที่มุ่งเป้าไปหาอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะคนน้อยแต่เงินหนา คุ้มค่าที่จะรุกอย่างเต็มสรรพกำลังนะ”



“บลจ.ทาลิส” แชมป์เติบโตสูงสุด 53.43
%

สำหรับ “กองทุนส่วนบุคคล” นั้น ปัจจุบัน (ณ 30 เม.ย. 21) มีสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 2.05 ล้านล้านบาท โตขึ้นจากสิ้นปีที่แล้ว 2.67% มีผู้เล่นหลักเป็นกลุ่มบลจ.จำนวน 23 ราย และบล.อีก 1 ราย โดยมี 16 บลจ. คิดเป็น 66.67% จากทั้งหมด ที่มีการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ในขณะที่มีเพียง 8 บลจ. คิดเป็น 33.33% ที่โตแพ้ค่าเฉลี่ย ในจำนวนนี้มีอยู่ 6 แห่ง ที่เติบโตลดลง


โดยบลจ.ที่มีการเติบโตมากสุด 5 อันดับแรก โตมากกว่า 15% ทุกแห่ง ได้แก่

1.“บลจ.ทาลิส” มีสินทรัพย์สุทธิ 26,929.31 ล้านบาท         เพิ่มขึ้น 53.43%

2.“บลจ.กรุงไทย”
มีสินทรัพย์สุทธิ 71,444.43 ล้านบาท      เพิ่มขึ้น 26.35%

3.“บลจ.กสิกรไทย”
มีสินทรัพย์สุทธิ 205,395.75 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 21.15%

4.“บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” มีสินทรัพย์สุทธิ 2,639.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.62%

5.“บลจ.กรุงศรี” มีสินทรัพย์สุทธิ 120,494.67 ล้านบาท     เพิ่มขึ้น 18.99%






“บลจ.เอไอเอ” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 39.67
%...ตลาดยังเปิดกว้างสำหรับทุกคน

ส่วนบลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุด 5 อันดับแรกนั้น มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันสูงถึง 84.91% ของอุตสาหกรรม ได้แก่

1.“บลจ.เอไอเอ (ปทท.)” มีสินทรัพย์สุทธิ 811,796.10 ล้านบาท   มีส่วนแบ่งการตลาด 39.67%

2.“บลจ.ไทยพาณิชย์” มีสินทรัพย์สุทธิ 528,550.20 ล้านบาท        มีส่วนแบ่ง 25.83%

3.“บลจ.กสิกรไทย” มีสินทรัพย์สุทธิ 205,395.75 ล้านบาท   มีส่วนแบ่ง 10.04%

4.“บลจ.กรุงศรี” มีสินทรัพย์สุทธิ 120,494.67 ล้านบาท                 มีส่วนแบ่ง 5.89%

5.“บลจ.กรุงไทย” มีสินทรัพย์สุทธิ 71,444.43 ล้านบาท                 มีส่วนแบ่ง 3.49%






“ตลาดเม็ดเงินของกลุ่มคนมีความมั่งคั่งในแง่เม็ดเงินยังเติบโตได้อีกมาก แค่เม็ดเงินฝากที่เกินกว่าบัญชีละ 10 ล้านบาท ขึ้นไปก็มีถึง 8.49 ล้านล้านบาท แล้ว ในขณะที่ขนาดกองทุนส่วนบุคคลเพิ่งจะอยู่ที่ 2.05 ล้านล้านบาทเท่านั้น”


จึงไม่น่าแปลกใจว่าตลาดนี้จึงเป็นที่หมายปองของใครต่อหลายคน ล่าสุดกลุ่ม “โบรกเกอร์” ก็มีการลงมาให้บริการในลักษณะนี้ให้กับฐานลูกค้าที่มีเงินของตัวเอง ด้วยการพัฒนาระบบมารองรับ แต่จะเห็นได้ว่า...ไม่ได้ปรากฎอยู่ในรายชื่อของบลจ.ที่ทำ กองทุนส่วนบุคคล แต่ประการใด ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางบลจ.เองก็มองว่าดูจะเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเท่าไรนัก เพราะบลจ.ถูกกฎเกณฑ์เงื่อนไขกำกับดูแลอย่างเข้มงวดต่างกับฝั่งโบรกเกอร์ที่ให้บริการด้านนี้ ก็เป็นเรื่อง ต่างมุมมอง


“ช่วงหลังด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็มีหลายแห่งสร้างโปรแกรมเพื่อลงทุนขึ้นมาจับกลุ่มลูกค้าที่มีเงินตั้งแต่หลักล้านบาทขึ้นไปให้เข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน ในส่วนของบลจ.กับ Private Bank จะเป็นส่วนเสริมกันมากกว่า Private Bank จะให้บริการที่ครอบคลุมด้านความมั่งคั่งแทบทุกอย่าง ในขณะที่ กองทุนส่วนบุคคล นั้นจะโฟกัสไปที่เรื่องการลงทุนเป็นหลัก”


ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากกว่าในอดีต การจะแสวงหาผลตอบแทนที่ดีในการลงทุนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เรื่องของการฝากเงินก็ตาม นี่จึงเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับธุรกิจ “กองทุนส่วนบุคคล” อย่างปฏิเสธไม่ได้ สะท้อนผ่านภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงวิกฤติ COVID-19 ในปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 21 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us