สิ้นสุดการรอคอย! “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” เปิดจองซื้อ 16 – 20 ก.ย. นี้ ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท เท่านั้น !!!
จะดีแค่ไหน?...ถ้าคุณมีโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” ผ่านกองทุนที่มี “กลไกคุ้มครองเงินลงทุนและ ผลตอบแทน” ที่จะทำให้คุณลงทุนได้อย่างสบายใจตลอดเส้นทางการลงทุน
สิ้นสุดการรอคอย!...นับถอยหลังสู่การกลับมาอันยิ่งใหญ่ของ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” หนึ่งในตำนานกองทุนที่ไม่มีใครไม่รู้จัก
ด้วยผลงานอันโดดเด่นในอดีต ช่วงระยะเวลา 10 ปีแรก ของกองทุนฯ มีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยให้ “ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก.” ถึง 5.14% ต่อปี เลยทีเดียว (ที่มา: ประวัติการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. ระหว่างปี 2546 - 2556)
ภาครัฐ โดย “กระทรวงการคลัง” เตรียมฟื้นตำนานกองทุนอีกครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสขยับเข้ามาสู่การลงทุนใน “กองทุนรวมที่มีการลงทุนในหุ้น” เพื่อได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ลงทุนที่ดีเพื่อต่อยอดการลงทุนของตัวเองไปอีกระดับ ที่สำคัญยังได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดทุนไทยไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง
โดยเตรียมเปิดเสนอขาย “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” หน่วยลงทุนประเภท ก. ให้ผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 16 – 20 ก.ย. 2567 นี้
“กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ลงทุนเพิ่มค่า-วันหน้ามั่นคง...สร้างความมั่นใจด้วย “กลไกคุ้มครองเงินลงทุนและผลตอบแทน”
เป็นที่ทราบกันดีของนักลงทุนทั่วโลกว่า การลงทุนระยะยาวใน “หุ้น” ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นโดยเปรียบเทียบ จึงไม่น่าแปลกใจว่า...“ทำเนียบคนรวย” ทั่วโลก ไม่มีใครที่ไม่ลงทุนในหุ้น
การสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวใน “หุ้น” เป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึง “การลงทุน” ที่สามารถตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ในระยะยาวให้ตัวเองได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
แต่ธรรมชาติของ “ตลาดหุ้น” คือ “ความผันผวน”...ยิ่งระยะสั้นความผันผวนยิ่งสูง นั่นทำให้คนที่ไม่รู้ธรรมชาติข้อนี้เกิด “ความกลัว” การจะดึงประชาชนทั่วไปให้เข้ามาเรียนรู้การลงทุนระยะยาวใน “ตลาดหุ้นไทย” นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหุ้นถือเป็นสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนคาดหวังที่สูงก็จริง แต่ก็มีความผันผวนที่สูงด้วยเช่นกัน

“กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” จึงถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ โดยเป็นกองทุนที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ที่สำคัญยังมี “กลไกคุ้มครองเงินลงทุนและผลตอบแทน” เอาไว้ให้ผู้ลงทุนอุ่นใจตลอดระยะเวลาลงทุน
“ในส่วนของผลตอบแทนจะได้รับเงินปันผลตามอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนฯ แต่ไม่น้อยกว่า 3.0% ต่อปี และไม่เกินกว่า 9.0% ต่อปี ซึ่งกำหนดเป็นอัตราคงที่ตลอด 10 ปี”
ตัวอย่าง: ในกรณีที่กองทุนฯ มีผลการดำเนินงานขาดทุน ผู้ลงทุนจะยังคงได้รับเงินปันผลขั้นต่ำ 3.0% ต่อปีอยู่ และในกรณีที่กองทุนฯ มีกำไรมากกว่า 3.0% ต่อปี นักลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนตามจริง แต่ไม่เกินอัตราขั้นสูง 9.0% ต่อปีที่กำหนดเป็นเพดานเอาไว้ โดยอัตราผลตอบแทนจะคำนวณจากมูลค่าที่ตราไว้ของหน่วยลงทุนประเภท ก. ที่ 10 บาทต่อหน่วย
“เศรษฐกิจไทย” โตต่อเนื่อง...“ตลาดหุ้นไทย” ราคาถูก “จังหวะดีการลงทุน”
“กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” ไม่เพียงเพิ่มโอกาสการลงทุนให้กับคนไทยเท่านั้น แต่ยังจะสร้าง “นักลงทุนสถาบัน” ที่เข้มแข็ง เน้นลงทุนระยะยาว มาช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหุ้นไทยอีกทางหนึ่งด้วย และเม็ดเงินลงทุนในกองทุนฯ นี้ ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีธรรมาภิบาล และทำธุรกิจอย่างยั่งยืนให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับต่อยอดธุรกิจของตัวเองอีกทางหนึ่งด้วย
เป็นที่ทราบกันว่า “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงที่ผ่านมา ดูจะมีทิศทางเคลื่อนไหวที่ตรงข้ามกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าไม่สอดคล้องกับพื้นฐานที่เป็นไป ล่าสุดทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) เอง คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 2.9% และ 3.1% ในปี 2024 และ 2025 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง (ที่มา: IMF, World Economic Outlook, July 2024)
แต่ “ตลาดหุ้นไทย” กลับถูก “นักลงทุนต่างชาติ” เทขายสุทธิอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมาไปแล้วกว่า 5.3 แสนล้านบาท สวนภาพกับเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น
จนปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่มีราคาถูกตลาดหนึ่งในโลก โดยมี Forward 12M P/E 13.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.4 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 30 ส.ค. 24) หากมองระยะยาวข้างหน้า ตลาดหุ้นไทยจึงเป็น “จังหวะลงทุน” เพราะมี Downside จำกัด ในขณะที่ Upside เปิดกว้าง และด้วยกลไกของ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” เอง ถือเป็น “แต้มต่อ” ที่ทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้สบายใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เปิดขาย “หน่วยลงทุนประเภท ก.”ระหว่างวันที่ 16 – 20 ก.ย. นี้...ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท เท่านั้น
สำหรับ “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” เป็นกองทุนผสม ซึ่งไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุน มีความเสี่ยง “ระดับ5” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) มีระยะเวลาลงทุนเบื้องต้น 10 ปี โดยมี “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.เอ็มเอฟซี” เป็นบริษัทจัดการกองทุน โดยจะเสนอขาย “หน่วยลงทุนประเภท ก.” ให้ผู้ลงทุนรายย่อย ระหว่างวันที่ 16 – 20 ก.ย. 2567 นี้ ราคาหน่วยละ 10 บาท จองซื้อขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท โดยจัดสรรด้วยวิธี Small Lot First โดยผู้จองซื้อที่จำนวนขั้นต่ำได้รับการจัดสรรก่อน
“การที่กองทุนฯ ออกแบบมาให้ หน่วยลงทุนประเภท ก. มีอายุการลงทุนเบื้องต้น 10 ปี นั้น จะช่วยให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิมีเสถียรภาพและทำให้ผู้จัดการกองทุนสามารถนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการกันเงินไว้สำหรับการไถ่ถอนหน่วยแต่ประการใด ส่วนผู้ลงทุนเองก็ไม่ต้องกังวลแต่ประการใด เพราะสามารถทำการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนฯ ได้ในตลาดรอง ซึ่งก็คือ ‘ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนฯ และผู้ลงทุนที่ต้องการซื้อขายนั่นเอง”
โดยผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถจองซื้อผ่านบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุน ดังนี้
1.บลจ. กรุงไทย ติดต่อเบอร์ 02-686-6100 กด 9
2.บลจ. เอ็มเอฟซี ติดต่อเบอร์ 02-649-2000 กด 0
3.ธนาคารกรุงไทย ติดต่อเบอร์ 02-111-1111
4.ธนาคารออมสิน ติดต่อเบอร์ 1115 กด 5
5.ธนาคารไทยพาณิชย์ ติดต่อเบอร์ 02-777-6784
6.ธนาคารกรุงเทพ ติดต่อเบอร์ 1333
7.ธนาคารกสิกรไทย ติดต่อเบอร์ 02-888-8888 ต่อ 869
และ 8. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ติดต่อเบอร์ 1572
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” และ “มีความมั่นคงในระยะยาว” จากการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” ผ่านการลงทุนในกองทุนรวม เชื่อว่า “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
