Official Update :

“BCAP-GE” กระจายลงทุน “หุ้นโลก” สไตล์ “Fund of Funds”… รับ “ดอกเบี้ยขาลง” เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity ที่เน้นลงทุน “หุ้น” กระจายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก


ปัจจุบัน “หุ้นโลก” เองก็มีราคาค่อนข้างตึงตัว มี Fwd P/E 17.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 16.1 เท่า แต่ตัวเลขคาดการณ์กำไรยังคงเติบโต 9% และ 12% ในปี24 และ 25 ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 13 ก.ย. 24) ซึ่งยังสนับสนุนโมเมนตัมให้หุ้นโลกยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้


โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญอีกหนึ่งนั่นก็คือวงจร “ดอกเบี้ยขาลง” ที่จะส่งผลดีต่อการลงทุนในหุ้นด้วยเช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



BCAP-GE” ลุย “หุ้นโลก” แบบเซฟๆ สไตล์ “Fund of Funds”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า BCAP-GE: กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล อิควิตี้ บริหารจัดการโดย บลจ.บางกอกแคปปิตอล มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 เน้นลงทุน “หุ้น” กระจายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก


ในลักษณะ Fund of Funds” ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศและกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะเป็นสำคัญ



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นคุณค่า”
& “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘BCAP-GE” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) นั้น มีการลงทุนในกองทุน 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

- INVESCO S&P 500 UCITS ETF ACC                   27.25% 

- AMUNDI ETF MSCI EUROPE UCITS ETF            25.86% 

- FTSE JAPAN UCITS ETF (USD) DISTRIBUTING   15.35% 

- ISAHRES CORE MSCI PACIFIC X-JP                  7.29% 

- GS EMRG MKT CORE EQ I CLAUSD                  7.26%


โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 24) ประกอบด้วย

- เทคโนโลยี 32 %

- บริการด้านการเงิน 17 %

- อุตสาหกรรม 95 %

- สินค้าฟุ่มเฟือย/ตามวัฏจักร 82 %

- การแพทย์ 27 %



“ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘BCAP-GE’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 7.18% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 12.99% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 16.93% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.33% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -29.04%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุนใน “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 3 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+3)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ BangkokBank Mobile Banking


การกระจายลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ในลักษณะ Fund of Funds ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกองทุนให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป และยังเหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ถนัดกับการไปเลือกประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเพื่อลงทุน การกระจายลงทุนไปทั่วโลกย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุนนั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’