Official Update :

“KWI ASIAN SM” เฟ้น “หุ้นไซส์เล็ก” ตลาดเอเชีย... ดัก “เงินไหลกลับ” รับ Fed “หั่นดอกเบี้ย” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Asia Pacific Ex Japan” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้น” บริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย/แปซิฟิก


ซึ่งภูมิภาค “เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ถือเป็นหนึ่งเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนหลังจากที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) เริ่มวงจร “ดอกเบี้ยขาลง” ทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า นั่นทำให้เม็ดเงินลงทุนต้องมองหาเป้าหมายใหม่ในการลงทุนที่น่าสนใจกว่านั่นเอง


ปัจจุบัน “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ก็ยังไม่ถูกไม่แพง มี Fwd P/E 13.82 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 13.91 เท่า นี่จึงเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่น่าสนใจ


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอหยิบยก “กองทุนรวมตราสารทุน” ที่ลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนกัน



“KWI ASIAN SM” เฟ้น “หุ้นไซส์เล็ก” ตลาดเอเชีย เพิ่มโอกาส “ผลตอบแทน”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า KWI ASIAN SM: กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.เคดับบลิวไอ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2555 เน้นลงทุน “หุ้น” บริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย/แปซิฟิก ผ่านกองทุนหลัก Manulife Global Fund – Asian Small Cap Equity Fund (Class I) ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.



หน้าตาพอร์ต...สไตล์หุ้น “ขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ กอง KWI ASIAN SM’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 24 ก.ย. 24) มีการกระจายไปในภูมิภาคต่างๆ ประกอบไปด้วย

- Asia - Emerging 86%

- Emerging Market 86%

- Asia - Developed 79%

- Australasia 55%


โดย 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) ได้แก่

- อินเดีย  31.50%

- ไต้หวัน  19.02%

- เกาหลีใต้  15.32%

- ออสเตรเลีย  12.70%

- จีน  7.57%


โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด ( ณ วันที่ 24 ก.ย. 24) ประกอบด้วย

- Basic Materials 125%

- Consumer Defensive 62%

- Technology 62%

- Consumer Cyclical 52%

- Industrials 95%


 


“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KWI ASIAN SM’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 30 ส.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.33% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.53% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 14.36% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.96% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.34%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถลงทุนได้โดยไม่มีขั้นต่ำเช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายแต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน KWI Click for Funds


ใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ ราคาสมเหตุสมผล มีศักยภาพในการเติบโต และที่สำคัญยังเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่น่าจะได้ประโยชน์ หลัง Fed เริ่ม “วงจรดอกเบี้ยขาลง” เชื่อว่า “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’