Official Update :

ชู “กองทุน Private Equity” เปิดโอกาสลงทุน Startups นอกตลาดหุ้นไทย... หนุนศก.เติบโต “เพิ่มทางเลือก” การลงทุนให้หลากหลาย !!!

Fun of Funds: การลงทุนใน “หุ้นนอกตลาด” (Private Equity) ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้ แต่ก็ยังจำกัดเฉพาะกลุ่ม “นักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง” (High Net Worth) เพราะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก


แต่ด้วยรูปแบบของ “กองทุนรวม” จะทำให้นักลงทุนไทยมีโอกาสลงทุนใน Startups ที่เป็นหุ้นนอกตลาดได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่ลดลงมาก ไม่ต้องใช้หลักหลายสิบล้านบาท หรือหลายร้อยล้านบาท แต่ใช้เงินเพียง 500,000 บาท ก็สามารถจะเป็น Angel Investor” ได้เช่นเดียวกัน


โดยในเรื่องของผลตอบแทนก็น่าสนใจ จากผลงานของ Private Equity” ที่ลงทุนในหุ้นนอกตลาดในไทยก็ทำได้เฉลี่ย 20 – 28% ต่อปี เลยทีเดียว !!!


อีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจเช่นกันนั่นก็คือ “หุ้นสหรัฐ” โดยเฉพาะกลุ่ม “หุ้นเติบโตสูง” (Growth Stock) ที่กำไรยังเติบโตได้ดีในระดับที่สูง และยังได้ประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยขาลง” ด้วยเช่นกัน


ทำไม “กองทุน Private Equity” ที่เน้นลงทุนใน Startups ของไทย และ “หุ้นสหรัฐ” จึงน่าสนใจ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน



“กองทุน
PE” โอกาสลงทุน “Startups” กลุ่มเทคฯ ในไทย

โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า บริษัทเป็นหนึ่งในบลจ.ที่เป็นผู้นำนวัตกรรมด้านการลงทุนของไทย เราเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Startups มาอย่างต่อเนื่อง และในฐานะนักลงทุนสถาบันพร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว เพราะหากมองดู “ตลาดหุ้นไทย” ในปัจจุบันธุรกิจที่เป็น New Economy” มีน้อยมาก ในขณะที่ธุรกิจ “Startups ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นแหล่งกระจายรายได้ และการจ้างงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ปัจจุบัน Startups ไทยจำนวนมาก ยังต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่ในการเติบโต เช่น การขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นเพราะความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย


(พจน์ หะริณสุต)


“บริษัทจึงมีความร่วมมือกับผู้มีประสบการณ์ในการลงทุน ‘หุ้นนอกตลาด ในไทย ทั้ง ‘Krungsri Finnovate’ และ ‘Efrastructure’ โดยเตรียมจัดตั้ง กองทุน Private Equity’ ที่เน้นลงทุนใน Statups กลุ่ม Impact & Digital transformation’ ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนา ‘Tech Environment’  ในสังคมไทย และยังช่วยสร้างศักยภาพให้ธุรกิจในประเทศ เพิ่มความหลากหลาย ให้กับ บจ.ในตลาดหุ้นไทยในอนาคตให้น่าสนใจมากขึ้นด้วย ที่สำคัญยังเป็นการยกระดับตลาดทุนไทย และเพิ่มความหลากหลายให้กับ สินทรัพย์ทางเลือก จากเดิมมักจำกัดอยู่ในตราสารทุน ตราสารหนี้ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เท่านั้น”


โดยเตรียมจัดตั้งกองทุน “ONE-FINEPE-UI ที่ลงทุนใน Finno Efra Private Equity Trust ซึ่งเป็นกองทุนรวมแรกของประเทศไทยที่ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ Pre-Series A เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าประเภทกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UI) ลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 500,000 บาท โดยคาดว่าจะเปิดเสนอขายครั้งแรกช่วงเดือนพ.ย.นี้


“หุ้นสหรัฐ” โอการลงทุน “หุ้น
Growth” รับ “ดอกเบี้ยขาลง”

ทางด้าน “นิสารัตน์ ชมภูพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน บลจ.ดาโอ มองว่า “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ยังมีความน่าสนใจลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังขยายตัวได้แข็งแกร่ง ไม่เห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในขณะนี้ โดยคาดว่าดอกเบี้ยจะปรับลงไปสู่ระดับ 3.00-3.25% ในปี25 ซึ่งถือว่าจะเป็นการเข้าสู่วัฏจักร “ดอกเบี้ยขาลง” หลังดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


(นิสารัตน์ ชมภูพงษ์)


“คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะมีผลให้อัตราผลตอบแทนจากพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวลดลงตาม ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกกับกำไรของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง Valuation มีโอกาสได้รับการ Rerating เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม หุ้นที่เติบโตโดดเด่น (Growth Stock) ทั้งนี้เมื่อดูจากสถิติย้อนหลังในอดีต จะเห็นได้ว่ากลุ่มดังกล่าวจะเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดหลัง Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าดัชนี S&P500 โดยรวมด้วย”


นอกจากนี้ยังคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐปี24 จะโต 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี21 และคาดการณ์เติบโตต่อเนื่องในปี25 เป็น 15% กลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตได้ดี ได้แก่ Info Tech , Comm Services และ Consumer Discretionary ซึ่งจัดเป็นหุ้นในกลุ่ม Growth Stock จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเพื่อหวังผลในระยะยาว


สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว รับความเสี่ยงได้สูง ทั้ง “หุ้นนอกตลาด” หรือ “หุ้น Growth สหรัฐ” ก็ถือเป็นอีก 2 ทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งแง่ของพื้นฐาน การเติบโตของกำไรในระยะยาว

โต๊ะกองทุน WealthyThai