“เต็มที่ทุกการลดหย่อน จัดเต็มทุกกองทุน” ... “Eastspring” คัด 7 “กองทุนประหยัดภาษี” 3 สไตล์ ตอบโจทย์ทุกการลงทุน ได้ทั้ง “โอกาสรับผลตอบแทน & เซฟภาษี” !!!
โดย: บลจ.อีสท์สปริง
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี กับเทศกาลของ “กองทุนประหยัดภาษี” กันอีกครั้ง ซึ่งยังพอมีเวลาเหลือให้ได้คิดและตัดสินใจเลือกกองทุนในสไตล์ที่ใช่และตอบโจทย์ให้กับตัวเองกัน
อย่าลืมว่า...“ภาษีที่ประหยัดได้...ก็คือ รายได้ที่เพิ่มขึ้น” นั่นเอง ตั้งแต่ 5 – 35% ขึ้นกับฐานภาษีของแต่ละคนเป็นสำคัญ เป็น “แต้มต่อ” ที่ไม่ควรละเลยและควรใช้ประโยชน์กันให้เต็มที่
ในปี2024 นี้ ถือเป็น “ปีที่พิเศษ” และเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนโดยตรง เพราะ “จักรวาลกองทุนประหยัดภาษี” ทั้ง 3 สไตล์ ที่ประกอบด้วย “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF), “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) และ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG)
สามารถลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีรวมกันได้ “สูงสุด” ถึง 800,000 บาท เป็นปีแรก หลังจากภาครัฐได้ขยับเพดานลดหย่อนภาษีของกองทุน “ThaiESG” เพิ่มเป็น “ไม่เกิน 300,000 บาท” และกองทุน “RMF” + “SSF” (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ ตามที่กรมสรรพากรกำหนด) รวมกันอีก “ไม่เกิน 500,000 บาท” นั่นเอง
ที่สำคัญปีนี้ยังเป็น “ปีสุดท้าย” ของกองทุน “SSF” อีกด้วย !!!
ใครที่ยังไม่รู้จะลงทุนกองทุนไหนดีนั้น วันนี้ ทาง “บลจ.อีสท์สปริง” (Eastspring) ได้คัด 7 “กองทุนประหยัดภาษี” จาก 3 สไตล์ ในธีมการลงทุนที่โดดเด่นมาฝากกัน
“ThaiESG” ลงทุนอย่างยั่งยืน “เงื่อนไขใหม่” ไฉไลกว่าเดิม...“เซฟภาษีมากขึ้น” 3 แสนบาท “ถือครองสั้นลง” 5 ปี
มาเริ่มกันที่สไตล์แรกกับกองทุน “ThaiESG” ที่ปีนี้อัพเกรดให้มีเสน่ห์น่าสนใจไฉไลกว่าเดิม หลังภาครัฐได้มีการปรับเงื่อนไขให้น่าสนใจเพิ่มขึ้น โดยสามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 300,000 บาท (เดิม 100,000 บาท) หรือ ไม่เกิน 30% ของรายได้ และลดเวลาถือครองเหลือ 5 ปี นับจากวันลงทุน (เดิม 8 ปี)
เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนในตลาดทุนไทย ทั้งใน “ตลาดหุ้น” และ “ตลาดตราสารหนี้” โดยเงื่อนไขนี้ พิเศษเฉพาะ 3 ปี (ปี2024-2026) เท่านั้น ไม่ใช่ตลอดไป...และเริ่มใช้ปีนี้เป็นปีแรกด้วย ใครที่อยากสนับสนุน “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ได้ครบองค์ 3 ทั้ง “รักษ์โลก-เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน-เซฟภาษี” ก็เลือกลงทุนผ่านกองทุน “ThaiESG” นี้ได้เลย

ระยะเวลาลงทุน 5 ปี เรียกว่า “กำลังดี” ไม่สั้น-ไม่ยาวเกินไป โดยมี 2 กอง ให้เลือกตาม “ความสามารถในการรับความเสี่ยง” มาแนะนำกันในครั้งนี้ ได้แก่
-
“ES-ESG3070” ลงทุนผสมทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ยั่งยืนในสัดส่วน 30/70 สร้างสมดุลให้พอร์ตสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่สูงเกินไปจากการลงทุนใน “หุ้น” เพียงอย่างเดียว
-
“ES-SETESG” ลงทุน “หุ้นยั่งยืน” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “SETESG” แบบเน้นๆ กันไปเลย เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
“RMF” คัดเน้นๆ สินทรัพย์คุณภาพทั้ง “หุ้น-ตราสารหนี้” เพิ่มโอกาสรับ “ดอกเบี้ยขาลง” พร้อมฝ่า “ตลาดผันผวน”
มาต่อกันที่สไตล์ที่ 2 คลาสสิกในตำนานอย่างกองทุน “RMF” กันบ้าง มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง เพื่อให้นักลงทุนสามารถนำไป “จัดพอร์ต” การลงทุนตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณได้อย่างลงตัวนั่นเอง
แม้ปัจจุบัน ปัจจัยที่เคย “ไม่ชัดเจน” หลายปัจจัยก็ “ชัดเจน” ขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “ประธานาธิบดีสหรัฐ” คนใหม่อย่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่จะเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้า หรือ “ดอกเบี้ยขาลง” ของ Fed ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งตลาดเองชอบความชัดเจนและวงจรดอกเบี้ยขาลงนี้จะส่งผลดีต่อการลงทุนทั้งใน “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม “ปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” (Geopolitical Risk) ทั่วโลกก็ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในตะวันออกกลาง, ในยุโรป (ยูเครน-รัสเซีย) หรือในเอเชียทั้งจีน-ไต้หวัน ตลอดจนเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ เป็นต้น ที่ยังเป็นปัจจัยลบที่พร้อมจะเขย่าให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนต่อเนื่องต่อไป

สำหรับ การลงทุนในกองทุน “RMF” จึงแนะกระจายไปลงทุนต่างประเทศเป็นสำคัญ ทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” แต่โฟกัสในเรื่องของ “คุณภาพ” (Quality) เป็นหลัก ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีและยังจะพาให้นักลงทุนฝ่าตลาดการลงทุนท่ามกลางความผันผวนไปได้อย่างราบรื่นด้วย โดยมี 3 ธีมให้เลือกกัน ประกอบด้วย
-
ธีม “ตราสารหนี้ทั่วโลก”: มี 2 กองทุนที่แนะนำ ได้แก่ “ES-GRMF” และ “ES-GINCOMERMF” ที่กองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลกทั้งภาครัฐและเอกชน
-
ธีม “หุ้นคุณภาพทั่วโลก”: กองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ “ES-GQGRMF” ที่กองทุนหลักจะเน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ที่มี 1) การเติบโตดี, 2) คุณภาพสูง, 3) มูลค่าน่าสนใจ และ 4) มีการจ่ายผลตอบแทนที่ดี
-
ธีม “กองทุนผสมโลก”: กองทุนที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ “ES-GAINCOMERMF” ที่กองทุนหลักจะเน้นลงทุนใน “สินทรัพย์ต่างๆ” ทั่วโลก ที่สร้างรายได้รวมถึงตลาดในประเทศกำลังพัฒนา
“SSF” เซฟภาษีปีสุดท้ายกับธีม “เทคโนโลยี”...ตอบโจทย์ “โอกาสรับความมั่งคั่ง” ระยะยาว
ปิดท้ายกันด้วยสไตล์ของกองทุน “SSF” ซึ่งปีนี้จะเป็น “ปีสุดท้าย” สำหรับกองทุนนี้ด้วย ด้วยระยะเวลาการลงทุนที่นานถึง 10 ปีนั้น การมองหาโอกาสเติบโตในระยะยาวไปกับธีมการลงทุนที่เป็น “Megatrend” ของโลกการลงทุนอย่าง “เทคโนโลยี” ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” เองก็ส่งผลดีต่อหุ้นเทคโนโลยีด้วยเช่นกันจากต้นทุนการเงินที่ถูกลงนั่นเอง นี่ยังไม่นับรวมดีมานด์ความต้องการใช้ทั่วโลกที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมอีกด้วย กองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่

-
“ES-GTECHSSF” ที่กองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกโดยเฉพาะ การลงทุนโฟกัสเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทำให้ระดับความเสี่ยงของกองทุนจะสูงกว่ากองหุ้นปกติทั่วไป คือ มีความเสี่ยง “ระดับ7” (เสี่ยงสูง) แต่ก็มาพร้อมโอกาสของผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ คือ 7 “กองทุนประหยัดภาษี” 3 สไตล์ ที่ทาง “บลจ.อีสท์สปริง” (Eastspring) คัดมาเน้นๆ เพื่อไม่ให้คุณพลาดโอกาสลงทุนดีๆ ช่วยตอบโจทย์ทุกการลงทุน ได้ทั้ง “โอกาสรับผลตอบแทน & เซฟภาษี” แบบ 2 in 1 ในช่วง “เทศกาลลดหย่อนภาษี” ส่งท้ายปี2024 นี้
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบลจ.อีสท์สปริง หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง ผู้ลงทุนทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย ก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ เงื่อนไขการลงทุนในกองทุนต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด อนึ่ง เนื่องจากบางกองทุนมีนโยบายที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือ ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
