“SSF” สั่งลาปีสุดท้าย โชว์ผลงานเฉลี่ย +6.24%… “กองหุ้นเทคฯ” ผงาด “Top5” ผลงานพุ่งเฉลี่ย +43.53% ส่วน “Bottom5” ดิ่งหนักเฉลี่ย -20.31% “หุ้นไทย” ติดโผด้วย 2 กอง !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงาน “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) ปีนี้ ซึ่งเป็น “ปีสุดท้าย” กันแล้วที่จะลงทุนได้ ปีหน้าก็ไม่มีให้ลงทุนแล้ว แต่ยังสามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้ตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป
ปีนี้ กองทุน “SSF” ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +6.24% (ดีสุด +51.72%, แย่สุด -28%) จะเห็นว่าผลตอบแทนของกองที่ผลงานดีสุดและแย่สุดต่างกันถึง 79.72% “การเลือกกองทุน” จึงสำคัญไม่แพ้กัน เลือกผิด...ผลตอบแทนหายไปเยอะเลยทีเดียว
“SSF” ที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” 5 อันดับของปีนี้ เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“SSF” หุ้นเทคฯ ผงาด “Top5” โชว์ผลตอบแทนพุ่งเฉลี่ย +43.53%...“ASP-DIGIBLOC-SSF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +51.72%
จากการสำรวจผลงานของ กองทุน “SSF” ปีนี้ พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 332 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.24% (ดีสุด +51.72%, แย่สุด -28.00%) โดยมีกองทุน 251 กอง คิดเป็น 76% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนอีก 81 กอง คิดเป็น 24% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่
สำหรับกองทุน “SSF” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +43.53% นำมาโดย
1) “ASP-DIGIBLOC-SSF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการออม” ของบลจ.แอสเซท พลัส ปีนี้ทำผลตอบแทนได้ +51.72%
2) “TNEXTGEN-SSF: กองทุนเปิด ทิสโก้ NEXT GENERATION INTERNET ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.ทิสโก้ +47.36%
3) “SCBUSA(SSFE): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส แอคทีฟ (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +45.73%
4) “KKP TECH-H-SSF: กองทุนเปิดเคเคพี EXPANDED TECH - HEDGED ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +37.55%
5) “SCBNEXT(SSFE): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Next Generation Internet (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +35.31%

5 “SSF” ผลงาน “สุดแป๊ก” ติดลบเฉลี่ย -20.31%...“KT-GREEN-SSF” ร่วงหนักสุด -28.00%
ส่วน 5 กองทุน “SSF” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -20.31% ประกอบด้วยกองทุนต่างประเทศ 3 กอง ที่ลงทุนใน Clean Energy, Genomic และ EV ส่วนอีก 2 กอง เป็นหุ้นไทย ประกอบด้วย
1) “KT-GREEN-SSF: กองทุนเปิดเคแทม Green Energy ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.กรุงไทย ปีนี้ผลตอบแทนติดลบ -28.00%
2) “SCBGENOME(SSF): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Genomic Revolution (ชนิดเพื่อการออม)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -22.60%
3) “SCBEV(SSF): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Electric Vehicles and Future Mobility (ชนิดเพื่อการออม)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -18.39%
4) “TISCOMS-SSF: กองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap อิควิตี้ ชนิดหน่วยลงทุนเพื่อการออม” ของบลจ.ทิสโก้ -16.31%
5) “KKP TQG-SSF: กองทุนเปิดเคเคพี THAI QUALITY GROWTH EQUITY ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร -16.25%
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อเซฟภาษี เชื่อว่า “SSF” ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี มีสินทรัพย์ให้เลือกครบครัน สามารถขยับจัดพอร์ตรับภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปได้เพิ่มความยืดหยุ่นให้การลงทุน ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท)
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
