“ตลาดหุ้นเกาหลี” ซุ่มเงียบทำ ‘All Time High’…มองระยะยาวยังสดใส-แต่ระยะสั้นมีโอกาสปรับฐาน !!!

หลายต่อหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในปีที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นเกาหลี (KOSPI) เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงจนติดอันดับ “ท็อป 5” ในตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่มีการปรับตัวขึ้นสูงที่สุด


ในปีนี้ตลาดปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องอีก 11.84% (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ก.ค. 64) อยู่ที่ 3,293.21 จุด ไต่ระดับขึ้นมาทำ All Time High” ไปเรียบร้อยแล้ว


นั่นเพราะ อุตสาหกรรมของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจ New Economy ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ และเฮลธ์แคร์ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวล้วนได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19


ซึ่งนักลงทุนอาจจะสนใจในการลงทุน “ตลาดหุ้นเกาหลี” หรืออยากจะสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุนไม่ว่าจะเป็นในช่วงระยะสั้นหรือระยะยาว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอโอกาสนี้ นำเสนอมุมมองการลงทุนใน “ตลาดหุ้นเกาหลี” จากผู้เชี่ยวชาญในสายงายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจหรือผู้อ่านกันในครั้งนี้



“ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์” ออเดอร์พุ่ง...หนุน
‘ตลาดหุ้นเกาหลี’ ทะยาน

โดย ศุภกร ตุลยธัญ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด ได้ให้มุมมองกับเราว่า “ตลาดหุ้นเกาหลี” ในปีที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างสูงเป็นเพราะธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ได้เข้าสู่ช่วงขาขึ้น ซึ่งน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีต่อตลาดหุ้นเกาหลีก็มีสัดส่วนถึง 40% จึงได้ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนให้ไหลเข้าตลาดค่อนข้างสูง



(ศุภกร ตุลยธัญ)



“ซึ่งปัจจัยสนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์เป็นช่วงขาขึ้น มาจากซัพพลายสินค้าของไมโครชิปที่ขาดตลาดจนถึงระดับที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคจนทำให้ราคาของสินค้าขึ้นมาค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันยอดขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ก็ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นจากพฤติกรรมคนที่ต้องกลับมาทำงานที่บ้าน(Work form home)”



ตลาดที่ขึ้นมาสูง...ระยะสั้นอาจเสี่ยงพักฐาน-ปรับฐานได้

แต่ในระยะสั้นตลาดยังมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงมาได้ เนื่องจากราคาบิทคอยน์ที่เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอาจส่งผลให้อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์บางประเภทมีความต้องการใช้ลดลงจากก่อนหน้าที่ความต้องการค่อนข้างสูงจนราคาสินค้าปรับตัวขึ้นมาสูง เพื่อนำไปใช้ในการขุดเหรียญบิทคอยน์หลังจากราคาเหรียญขึ้นมาสูง


“ประกอบกับราคาหุ้นเกาหลีที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าตลาดส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก ส่วนกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาตินั้น ได้มีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายของกลุ่มดังกล่าวมีผลเป็นขายสุทธิ”





รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของเกาหลีที่สามารถฟื้นได้ค่อนข้างดีโดยในไตรมาส1/64 จีดีพีมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 1.9% หลังจากติดลบมา 6 ไตรมาสและตัวเลขเงินเฟ้อที่ทะลุ 2% ก็มีโอกาสที่ธนาคารกลางของเกาหลีอาจจะเริ่มปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงในเดือนสิงหาคม


“จึงอยากเตือนนักลงทุนว่าในระยะสั้นตลาดอาจจะมีการ ปรับฐาน ลงได้หลังจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูง โดยระดับ P/E ในปัจจุบันอยู่ที่ 11 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จึงมีโอกาสที่นักลงทุนรายย่อยขายทำกำไรหรือขายจากความกังวลต่อปัจจัยลบที่จะเกิดขึ้น”



แม้จะปรับฐานแต่ตลาดก็ยังไปต่อได้...ถือเป็นโอกาสลงทุนที่ดี

แต่อย่างไรก็ดี “ตลาดหุ้นเกาหลี” ก็ยังเป็นตลาดที่นักลงทุนสามารถหาโอกาสสร้างผลตอบแทน เนื่องจากในช่วงเดือนสิงหาคมหรือเป็นช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มการพักตัวที่สูงหรือปรับฐานนั้น ก็อาจเห็นแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาช่วยสนับสนุนตลาดให้ปรับตัวลงไม่มากนัก


“เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานอย่างกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 65 นั้นมีแนวโน้มที่เติบโตได้ดีหรือเติบโตได้ 16% จากคาดการณ์ในปี 64 ที่จะมีการเติบโตอยู่ที่ 84% โดยการเติบโตของปี64 นั้นเป็นระดับการเติบโตจากฐานที่ค่อนข้างต่ำส่วนในปี 65 เป็นระดับการเติบโตในภาวะปกติ”


นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนอย่าง ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวได้ จากเศรษฐกิจหลายๆประเทศได้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการเปิดตัวเมืองหรือเปิดประเทศโดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ ทำให้ยอดคำสั่งรถยนต์ได้เริ่มกลับมาหรือปรับตัวตัวขึ้นมาสูงซึ่งเป็นผลให้ยอดคำสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นมาสูงด้วยเช่นกัน


ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นเกาหลีเราอาจจะไม่คุ้นหูคุ้นตามากนัก แต่คงต้องยอมรับว่าในปีที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ไม่ควรมองข้ามเพราะด้วยอานิสงส์จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และความต้องการในกลุ่มสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นจนน่าตกใจ ซึ่งไม่แปลกนักหากเราจะเห็นการพักตัวของตลาดบ้างในช่วงนี้

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา