“TUSEQ-UH” ลุยหุ้นดัชนี “S&P500”… สไตล์ “Passive” เพิ่มโอกาส “ผลตอบแทน” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “US Equity” ที่เน้นลงทุน “หุ้น” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี “S&P 500”
แม้ “เศรษฐกิจสหรัฐ” มีแนวโน้มการเติบโตชะลอตัวลง ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะโต 2.8% และ 2.2% ในปี2024 และ 2025 ตามลำดับ
ส่วน “ตลาดหุ้นสหรัฐ” (S&P500) ปีนี้ ยังทะยานบวกต่ออีก +27.43% สไตล์ “แพงแล้ว แพงอีก” โดยปัจจุบันมี Forward 12m P/E 22.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.4 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 20 ธ.ค. 24) แต่ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่ยังคงน่าสนใจบน “Growth Story” ที่รองรับ โดยคาดว่ากำไรบจ.จะโตได้ 12% ในปี25 จากปีนี้ที่โต 9%
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นสหรัฐ” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“TUSEQ-UH” ลุยหุ้นสไตล์ Passive กับดัชนี “S&P500”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “TUSEQ-UH: กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ อันเฮดจ์” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.ทิสโก้’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2559 เน้นลงทุน “หุ้น” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี “S&P 500” ผ่านกองทุนหลัก ‘SPDR S&P 500 ETF’ ที่บริหารจัดการโดย State Street Global Advisors

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘TUSEQ-UH’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
หน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 20 ธ.ค. 24) มีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 32.65%
-
Financials 13.49%
-
Consumer Discretionary 11.41%
-
Health Care 10.00%
-
Communication Services 9.37%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก อยู่ในกลุ่มหุ้น 7 นางฟ้าทั้งหมด ได้แก่ 1) APPLE 7.66%, 2) NVIDIA 6.58%, 3) MICROSOFT 6.46%, 4) AMAZON.COM 4.19% และ 5) META PLATFORMS 2.54% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘TUSEQ-UH’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 24) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 13.15% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 15.46% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.98% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 15.31% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -29.45%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามข้อกำหนดซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีข้อกำหนดของการขายคืนครั้งแรก แต่กำหนดยอดคงเหลือขั้นต่ำไว้ที่ 100 หน่วย โดยมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัดหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds
“หุ้นสหรัฐ” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่คาดว่ายังมีโมเมนตัมในการปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในปีหน้า แม้อาจะไม่ร้อนแรงเท่าในช่วงที่ผ่านมากก็ตาม อย่างไรก็ตาม “Upside” ถือว่าจำกัดอยู่บ้าง จึงแนะนำให้เข้าลงทุนช่วงตลาด “ย่อตัว” จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
