ปี24 “กองหุ้นเทคฯ” แชมป์ผลงาน “ดีสุด” +41.53% ส่วน “กองหุ้นกัญชา” ผลงาน “แย่สุด” -38.88%... “กองทุนไทย” ติดทำเนียบกองทุนผลงาน “ยอดแย่” ถึง 3 ประเภท !!!

สาระ Fund วันละนิด: ผ่านไปแล้วสำหรับ “ปีมะโรง-2024” เป็นปีที่การลงทุนเต็มไปด้วยโอกาสและความผันผวน ตาดีได้ ตาร้ายเสีย และเป็นอีกปีที่ไม่ดีสำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่2 ติดต่อกัน


จากการสำรวจผลงานกองทุนแต่ละประเภทในปี24 ที่ผ่านมา ครอบคลุม 33 ประเภทกองทุน โดยใช้กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ของแต่ละประเภทเป็นตัวแทนของกลุ่ม


พบว่า กองทุนที่มี “ผลงานดีสุด” (The Best) ในปี24 ที่ผ่านมา สามารถทำผลตอบแทนได้ถึง +41.53% ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นเทคโนโลยี” นั่นเอง


ส่วนกองทุนที่มี “ผลงานแย่ที่สุด” (The Worst) ผลตอบแทนแดงเดือดติดลบไป -38.88% ซึ่งเป็นกองทุนใน “ธีมกัญชา” อยู่ในกลุ่ม Global Sector Focus Equity นั่นเอง


10 กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ในปี24 ที่ผ่านมา เป็นกองทุนประเภทไหนบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


10 "กองทุน" ผลงาน "ดีสุด" ในปี24 โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง +30.59%...“LHESPORT-D” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +41.53%

มาเริ่มกันที่ 10 กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” ในปี24 ที่ผ่านมากันก่อนเลย สามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่า 20% ทุกกอง ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง +30.59% โดยเป็น “กองหุ้น” ติดทำเนียบมาถึง 9 กอง อีก 1 กองเป็น “กองทุนทองคำ” ที่น่าสนใจคือ มี “กองหุ้นไทย” ติดอันดับมาด้วย 1 กอง นำมาโดย


1) “กองหุ้นเทคโนโลยี”: ได้แก่   “LHESPORT-D: กองทุนเปิดแอล เอช อีสปอร์ต ชนิดจ่ายเงินปันผล” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทำผลตอบแทนได้ +41.53%


2) “กองหุ้นสหรัฐ”: ได้แก่ “SCBUSA(SSFE): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส แอคทีฟ (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +39.29%


3) “Th Sector Focus EQ”: ได้แก่ “K-ICT: กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร” ของบลจ.กสิกรไทย +37.42%



4) “กองหุ้นโลก”
: ได้แก่TSTAR-UH: กองทุนเปิดทิสโก้ โกลบอล สตาร์ พลัส อันเฮดจ์” ของบลจ.ทิสโก้ +32.37%


5) “กองหุ้นญี่ปุ่น”: ได้แก่ “KFJAPANRMF: กองทุนเปิดกรุงศรีเจแปนเพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.กรุงศรี +29.70%


6) “กองหุ้นจีน: ได้แก่ “SCBCE(SSFE): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +29.13%


7) “Global Sector Focus EQ”: ได้แก่ “ONE-GLOBFIN-IA: กองทุนเปิดวรรณ โกลบอล ไฟแนนเชียล ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล เหมาะสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่หรือผู้ลงทุนสถาบัน” ของบลจ.วรรณ +27.95%


8) “กองทุนทองคำ”: ได้แก่ “BCAP-GOLD: กองทุนเปิดบีแคป โกลด์” ของบลจ.บางกอกแคปปิตอล +25.88%


9) “กองหุ้นเวียดนาม”: ได้แก่ “KKP VGF-UI: กองทุนเปิดเคเคพี เวียดนาม หุ้นเติบโต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +21.63%


10) “กองหุ้นตลาดเกิดใหม่”: ได้แก่ “DAOL-DEWORLD: กองทุนเปิดดาโอ ดีเวลลอปปิ้ง เวิลด์” ของบลจ.ดาโอ +20.97%


10 "กองทุน" ที่มีผลงาน "แป๊กสุด" ในปี24 ผลตอบแทนเฉลี่ย -23.02%...“
DAOL-CANAB” ร่วงหนักสุด -38.88%

ส่วน 10 กองทุนที่มีผลงาน “แป๊กสุด” ในปี24 ที่ผ่านมานั้น ติดลบรวมกันเฉลี่ย -23.02% เป็น “กองหุ้น” 8 กอง “กองผสม” 1 กอง และ “Property-indirect” อีก 1 กอง ที่สำคัญมี “กองทุนไทย” ติดทำเนียบมามากสุดถึง 3 กอง ทั้ง 10 กอง ประกอบด้วย


1) “
Global Sector Focus EQ”: ได้แก่ “DAOL-CANAB: กองทุนเปิดดาโอ แคนนาบิส บิสสิเนส” ของบลจ.ดาโอ ผลตอบแทนปี24 ติดลบไป -38.88%


2) “กองหุ้นพลังงานสะอาด”: ได้แก่ “TNEWENGY: กองทุนเปิดทิสโก้ New Energy” ของบลจ.ทิสโก้ -32.17%


3) “กองหุ้นสุขภาพ”: ได้แก่ES-GENOME: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Genomic Revolution” ของบลจ.อีสท์สปริง -28.41%



4) “กองหุ้นตลาดเกิดใหม่”:
ได้แก่ “TISCOLAF: กองทุนเปิดทิสโก้ ละติน อเมริกา” ของบลจ.ทิสโก้ -26.37%


5) “Country Focus EQ”: ได้แก่  “PRINCIPAL KOS: กองทุนเปิดพรินซิเพิล หุ้นเกาหลี” ของบลจ.พรินซิเพิล -24.23%


6) “กองหุ้นกลาง-เล็ก”: ได้แก่KT-mai: กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น เอ็ม เอ ไอ” ของบลจ.กรุงไทย -23.63%


7) “Aggressive Allocation”: ได้แก่TLFLEXRMF: กองทุนเปิดทาลิส เฟล็กซิเบิ้ล เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.ทาลิส -15.39%


8) “Property-Indirect Global”: ได้แก่ES-ASIANPROP: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Asian Property” ของบลจ.อีสท์สปริง -14.99%


9) “กองหุ้นใหญ่”: ได้แก่ KKP EQ THAI ESG: กองทุนเปิดเคเคพี หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร -13.36%


10) “กองหุ้นจีน”: ได้แก่ABCNEXT-SSF: กองทุนเปิดอเบอร์ดีน ไชน่า เน็กซ์ เจนเนอเรชั่น ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.อเบอร์ดีน -12.73%


ทั้งหมดนี้เป็น 10 กองทุน ที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ในปี “มะโรง-2024” ที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่า “หุ้นต่างประเทศ” ยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า ในขณะที่ “หุ้นไทย” เองไม่ค่อยดีนัก และในบางตลาดแม้จะเป็นกองทุนประเภทเดียวกัน แต่ผลงนก็ “แตกต่างกัน” อย่างชัดเจน ดังนั้น “การกระจายการลงทุน (Asset Allocation)” ยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีสินทรัพย์ใดจะให้ผลตอบแทนดี “อันดับ1” ได้ต่อเนื่องในทุกๆ ปีนั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’