กูรูประสานเสียง “หุ้นสหรัฐ” ปี25 ยังน่าสนใจ... ชี้ “ราคาตึงตัว” แต่อัพซ์ยังพอมี โอกาสปรับฐาน 5-10% เป็นเรื่องปกติ แนะ “ตลาดย่อ” จังหวะลงทุน !!!
Fun of Funds: ปี2025 นี้ “หุ้นสหรัฐ” ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายในเรดาร์การลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก พร้อมการกลับมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการวันที่ 20 ม.ค. 25 นี้
ปัจจุบัน “หุ้นสหรัฐ” ถือว่ามูลค่าค่อนข้าง “แพง” ดัชนี “S&P500” มี Forward 12m P/E ที่ 21.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 18.5 เท่า
แม้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา “หุ้นสหรัฐ” จะปรับตัวลงไปจากความกังวลที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) อาจจะลดดอกเบี้ยน้อยและช้ากว่าที่ตลาดคาด แต่ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐเองที่แข็งแกร่งและกำไรบจ.ยังมีแนวโน้มโตได้ดี ก็ยังสนับสนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐยังเทรดที่ P/E สูงได้เช่นปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม “ความผันผวน” เป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยาก จากมูลค่าของตลาดที่ค่อนข้างตึงตัวแล้วเช่นกัน แต่ถ้า “ตลาดย่อ” ก็ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน
ทำไม “หุ้นสหรัฐ” ยังคงน่าสนใจในปี25 นี้ ทางทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

“หุ้นสหรัฐ” ยังโดดเด่นในปี25 แนะ “ทยอยสะสม” ตั้งแต่ต้นปี
โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่า “หุ้นสหรัฐ” ยังจะเป็นตลาดหุ้นที่โดดเด่นในปี25 นี้ ในปีที่ผ่านมาก็ยังสามารถสร้างผลงานและผลตอบแทนโดยรวมออกมาได้ในเกณฑ์ดี ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ กลุ่มการเงิน กลุ่มงานบริการ ที่ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกระแส AI สำหรับปีนี้ แม้ GDP ของสหรัฐอาจมีการเติบโตที่ชะลอตัวลง แต่หากเทียบกับกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วด้วยกันยังนับว่าสูงกว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐยังมีโอกาสขยายตัวได้จากปัจจัยสำคัญหลายประการ เช่น การใช้จ่ายของภาครัฐ การลงทุนในเทคโนโลยี การฟื้นตัวของตลาดแรงงาน และการบริโภคภายในประเทศ เป็นต้น รวมถึงการกลับมาของนโยบาย “Trump 2.0” ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ และการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่ต่อเนื่องของบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงบริษัทขนาดกลางและเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการลดภาษีและมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังจากนี้

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“หุ้นสหรัฐ เป็นกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสเติบโตโดดเด่นกว่าตลาดรวม จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนปี25 นี้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตามแนะให้กระจายความเสี่ยงกับดัชนีหุ้นสหรัฐที่หลากหลาย รวมถึงหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพในระยะยาวด้วย”
“หุ้นสหรัฐ” ปี25 ศก.ยังโตได้...แต่ให้น้ำหนัก “เท่าตลาด” (Neutral)
เช่นเดียวกับ “วศิน ปริธัญ” Managing Director บลป.เดฟินิท ในเครือ Finnomena Group ที่มองว่า ในปี25 ภายใต้นโยบาย “Trump 2.0” แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐจะยังขยายตัวต่อเนื่องในระดับปกติ ห่างไกลจากสภาวะถดถอย อัตราเงินเฟ้อยังเป็นขาลง ค่าเงินดอลลาร์ มีโอกาสกลับมาอ่อนค่า ตลาดหุ้นลดความกระจุกตัวลง แต่จากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้มูลค่าเริ่มตึงตัว การลงทุนควรเลือกเป็นรายตัว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากนโยบาย “Trump 2.0” ประกอบด้วย การตั้งกําแพงภาษีทําให้ยุโรปและจีน เกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ราคานํ้ามันปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาความไม่สงบ อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงจน “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ การตอบโต้ด้านการค้าจากประเทศอื่น ๆ ทําให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคน้อยลง ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรง จากความเสี่ยงการกระจุกตัวของการปรับขึ้นจากหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากจนเกินไป

(วศิน ปริธัญ)
“ดังนั้น การลงทุนใน ‘หุ้นสหรัฐ’ คงมีมุมมอง ‘เท่าตลาด’ (Neutral) แม้ว่า เศรษฐกิจมหภาคไปต่อได้ แต่ Valuation ตึงตัวมาก การลงทุนควร Selective และทยอยสะสมเมื่อตลาดมีการย่อต่อ”
“Morningstar” มอง “หุ้นสหรัฐ” ปี25...“ยังโดดเด่น-แต่ไม่ราบรื่น”
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ที่รวบรวมมุมมองจากนักลงทุนสถาบันของโลกที่มีต่อ “หุ้นสหรัฐ” ในปี25 มาไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มตั้งแต่ “Janus Henderson Investors” ที่มองว่า กำไรของตลาดโดยรวมที่ดีขึ้นน่าจะทำให้มีอีกหลายบริษัทที่ให้ผลตอบแทนในตลาดหุ้นได้ดีในปีนี้ และยังเป็นโอกาสการลงทุนใน “ตราสารหนี้” จากราคาของตราสารที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหาก “ดอกเบี้ยปรับลดลง” และหากดอกเบี้ยยังยืนอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานก็ยังเป็นระดับที่น่าสนใจในการลงทุนอีกเช่นกัน
ทางด้าน “Morgan Stanley Investment Management” แนะเพิ่มการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือไปจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น หุ้นขนาดกลาง-เล็ก, หุ้นวัฏจักร เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีในปีนี้
ปิดท้ายด้วย “Merrill and Bank of America Private Bank” ที่มองว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ดีสำหรับการควบรวมกิจการ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทำให้กระบวนการทำ “M&A” ง่ายและเร็วขึ้น ด้านรัฐบาลชุดใหม่มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายกฏระเบียบต่างๆซึ่งเป็นโอกาสสำหรับหุ้นของบริษัทขนาดกลางและเล็กที่จะเติบโตได้ยั่งยืนมากขึ้น
“อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับความผันผวนในปีนี้และอย่าคาดหวังว่าตลาดหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นได้อย่างราบรื่นเหมือนปีที่แล้ว แม้ว่าจะมีช่วงที่ตลาดปรับฐานลงในช่วงเดือนเม.ย., ส.ค., พ.ย. และธ.ค. ก็ตาม แต่โดยรวมตลาดหุ้นปีที่แล้วก็ยังปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ ขณะที่ในปี25 อาจแตกต่างกัน ตลาดหุ้นที่ขึ้นมาอย่างมาก (Bull markets) คงต้องมีการปรับฐานลงและหยุดพักบ้าง การปรับตัวลงของตลาด 5-10% เป็นเรื่องปกติ และการปรับลงของตลาดก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนของนักลงทุน”
ภาพรวมแล้ว “หุ้นสหรัฐ” ในปี25 นี้ ยังโดดเด่น แต่ไม่ราบรื่น และผลตอบแทนคาดหวังก็ไม่สูงเท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดมองกันไว้ไม่มากประมาณ 10% บวก และมีโอกาสที่หุ้นจะปรับฐานในระดับ 5-10% ได้เป็นปกติ จากมูลค่าที่ค่อนข้างตึงตัวพร้อมที่จะตอบรับปัจจัยลบที่เข้ามากระทบได้ง่าย แต่นั่นก็เป็น “โอกาสการลงทุน” เช่นเดียวกัน
