“FIF” ปี24 AUM ทะยานแตะ 1.35 ล้านลบ. โตแรง +29.26%... “บลจ.เอ็กซ์สปริง” แชมป์โตสุด +100% “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -16.89% “บลจ.กสิกรไทย” ส่วนแบ่งมากสุด 17.36% !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องการเติบโตของ “กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ” (Foreign Investment Fund: FIF) ในปี2024 ที่ผ่านมากันบ้าง ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่มีการเติบโตต่อเนื่อง


ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ตลาดหุ้นไทย” เองไร้เสน่ห์ ปีที่แล้ว SET Index ลบเล็กน้อย -1.1% ต่างชาติถล่มขายต่อเนื่องอีกกว่า -1.5 แสนล้านบาท นักลงทุนไทยเองจะอยู่ทำไม จึงติดปีกเงินลงทุนไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น หนุนให้กองทุน FIF” โตต่อเนื่อง


ปี2024 ที่ผ่านมา สินทรัพย์ทะยานแตะ 1.35 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +29.26% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3.06 แสนล้านบาท เลยทีเดียว เป็นการโตต่อเนื่องจากปี23 ที่โต +14.84% !!!


ทั้ง “22 บลจ.” มีการเติบโตของกองทุน FIF” ในปีที่ผ่านมาเป็นเช่นไรนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้สรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย



FIF” ปี24 โตแรง +29.26% AUM แตะ 1.35 ล้านล้านบาท...“FIF-ตราสารหนี้” โตสุด +43.03% ส่วน “FIF-หุ้น” ส่วนแบ่งมากสุด 44.90%

เมื่อการลงทุนในไทยผลตอบแทนไม่น่าสนใจทั้งในส่วนของหุ้นและตราสารหนี้ หนุนให้นักลงทุนแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าและมีการกระจายเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นการกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกรงของกองทุน FIF อีกครั้งในปีที่ผ่านมา


จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า ในปี2024 ที่ผ่านมานั้น มี 22 บลจ.ที่นำเสนอโพรดักท์นี้ มีกองทุน FIF ให้เลือกกว่า 1,318 กอง มี AUM รวมกันทั้งสิ้น 1,352,302.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +29.26% จากสิ้นปีก่อน โดยมีการเติบโตขึ้นในทุกประเภททั้ง หุ้น +19.90%, ตราสารหนี้ +43.03%, ผสม +13.59% และอื่นๆ +81.07%



“ทั้งนี้พบว่า
กอง FIF-หุ้น เป็นกลุ่มที่มีส่วนแบ่งมากสุดด้วย AUM 6.07 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 44.90% ตามมาด้วย ‘FIF-ตราสารหนี้ มี AUM 5.20 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 38.49%, FIF-ผสม” มี AUM 1.58 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 11.67% และ FIF-อื่นๆ” มี AUM 0.67 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่ง 4.93% ตามลำดับ”


“บลจ.เอ็กซ์สปริง” แชมป์กอง
FIF ปี24 โตสุด +100%, “บลจ.ฟิลลิป” ร่วงสุด -16.89% ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” ส่วนแบ่งมากสุด 17.36%

โดยใน 22 บลจ.นั้น มี 13 บลจ.คิดเป็น 59% จากทั้งหมด ที่มีการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม และมี 9 บลจ.คิดเป็น 41% ที่โตแพ้อุตสาหกรรม ในจำนวนนี้มี 3 บลจ. ที่มีการเติบโตลดลง ได้แก่ 1) “บลจ.ฟิลลิป” โตลดลง -16.89%, 2) “บลจ.อีสท์สปริง” -1.07% และ 3) “บลจ.เคดับบลิวไอ” -0.35% ตามลำดับ


สำหรับ 5 บลจ. ที่มีกองทุน FIF เติบโตมากสุดในปี23 นั้น โตมากกว่า +50% ทุกสิ้น หรือโตเฉลี่ยสูงถึง +84.40% นำมาโดยอันดับ1) “บลจ.เอ็กซ์สปริง” +100.00%, 2) “บลจ.เอไอเอ” +96.17%, 3) “บลจ.ดาโอ” +95.50%, 4) “บลจ.ไทยพาณิชย์” +75.81% และ 5) บลจ.ทาลิส” +54.52% ตามลำดับ



หากมองในแง่ของส่วนแบ่งการตลาด พบว่า 6 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งกองทุน FIF มากสุดในปี24 นั้น มีขนาดเกิน 1 แสนล้านบาททุกแห่ง โดยมีส่วนแบ่งรวมกันถึง 80.04% เลยทีเดียว นำมาโดย

  • “บลจ.กสิกรไทย” AUM 234,811.67 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 17.36%

  • “บลจ.ไทยพาณิชย์” AUM 232,881.71 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 17.22%

  • บลจ.กรุงไทย” AUM 197,599.63 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 14.61%

  • บลจ.บัวหลวง” AUM 165,612.25 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 12.25%

  • “บลจ.กรุงศรี” AUM 139,207.08 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 10.29%

  • “บลจ.อีสท์สปริง” AUM 112,292.02 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 8.30%


ทั้งหมดนี้เป็นภาพการเติบโตของธุรกิจ “กองทุน
FIF” ในปีที่ผ่านมา ที่ยังคงเดินหน้าโตแรงอย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุด หลัง “หุ้นไทย” เองดูไร้เสน่ห์ไม่น่าสนใจ การจะแสวงหาผลตอบแทนที่ดีจึงต้องติดปีกบินไปไกลในต่างประเทศเอา และโมเมนตัมการเติบโตนี้ยังมีต่อเนื่องเพราะการมองหาโอกาสที่น่าสนใจในต่างประเทศมาเติมเต็มพอร์ตกำลังมีความสำคัญมากขึ้นนั่นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’