“ONE-INDIAOPP-RA” เติบโตระยะยาวไปกับ “หุ้นแดนภารตะ”...มหาอำนาจ ‘อันดับ2’ ของเอเชีย !!!

ในอดีตหากผู้ถึง ตลาดหุ้นเกิดใหม่ ตลาดหุ้นอันดับแรกๆ ที่นักลงทุนนึกถึงหรือถูกพูดในวงสนทนาก็คงเป็น ตลาดหุ้นจีน เพราะด้วยน้ำหนักหรือสัดส่วนในตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มจึงไม่แปลกที่นักลงทุนจะให้ความสนใจ


แต่ก็มีอีกหนึ่งตลาด อย่าง ตลาดหุ้นอินเดีย ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในอนาคตการเติบโตของตลาดจะมีทิศทางในแบบเดียวกับตลาดหุ้นจีน 


ทำให้ความนักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ก็เริ่มให้ความสนใจใน ตลาดหุ้นอินเดีย มากขึ้นและหาโอกาสการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนหรือการเติบโตให้แก่พอร์ตการลงทุน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้ นำเสนอ กองทุนเปิดวรรณ อินเดีย ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดไม่จ่ายเงินปันผลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-INDIAOPP-RA)” กองทุนรวมหุ้นอินเดียที่ได้รับการจัดอันดับจาก มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจหรือผู้อ่านกันในครั้งนี้



กอง ONE-INDIAOPP-RA” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุน 3 ปีกว่า 6.97% ต่อปี

อินเดีย ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ2 ของโลก และถูกจัดเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่โลกจับตามองมากที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ที่เรียกว่า “BRIC” ได้แก่ บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน


ในท้ายที่สุดตลาดคงจับจ้องไปที่ 2 เศรษฐกิจหลักในเอเชียได้แก่ จีน และ อินเดีย จนมีการจัดตั้งกองทุนที่ลงทุนใน 2 ประเทศนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ


วิกฤติ COVID-19 ที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจอินเดียหดตัวค่อนข้างแรง -8.0% แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวแรง 12.5% ในปี21 และ 6.9% ในปี22 ได้


แม้ว่าสถานการณ์ในอินเดียยังไม่สู้ดีนักในปีนี้จาก COVID-19 แต่หากดู ตลาดหุ้นอินเดีย (SENSEX)” ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน ( วันที่ 16 .. 21) ปรับตัวขึ้นมาแล้ว +11.01% ถือว่าอยู่ในเกณธ์ที่ดีเมื่อเทียบกับข่าวคราวที่ได้รับเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศ


และนี่คือ 1 ใน 2 มหาอำนาจแห่งเอเชียที่โลกจับตาดูและเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการลงทุนระยะยาวที่จะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของอินเดีย





สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้มีชื่อว่ากองทุนเปิด วรรณ อินเดีย ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดไม่จ่ายเงินปันผลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป หรือ “ONE-INDIAOPP-RA” จาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัดที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน ( วันที่ 9 กรกฎาคม 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 34,506,785 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 12.92 บาท/หน่วย


สำหรับนโยบายการลงทุนด้วยประเภท Feeder Fund กองทุนจึงจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยลงทุนในกองทุน ‘PINEBRIDGE INDIA EQUITY FUND’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน ‘Class Y’ ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


ซึ่งในส่วนนโยบายการลงทุนของกองหลัก มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่เงินลงทุนในระยะยาวโดยเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศอินเดียหรือมีแนวโน้มเติบโตตามเศรษฐกิจของประเทศอินเดีย


ปัจจุบัน ( วันที่ 30 มิ.. 64) ‘กองทุน ONE-INDIAOPP-RA’ ลงทุนในกองทุนหลัก 100.7% สินทรัพย์และหนี้สินอื่น -0.7%


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักให้น้ำหนักลงทุนมากสุด ( วันที่ 31 .. 64) ประกอบไปด้วย

-บริการด้านการเงิน 19.9%

-เทคโนโลยี 16.9%

-การแพทย์ 14.7%

-วัสดุทั่วไป 12.1%

-สินค้าฟุ่มเฟือย 9.5%

-สินค้าจำเป็น 7.8%

-อุตสาหกรรม 5.3%

-พลังงาน 4.2%







ในด้านผลการดำเนินงานของกอง ONE-INDIAOPP-RA’ ( วันที่ 31.. 64) ก็ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงนโยบายการลงทุนได้เป็นอย่างดีเนื่องจากตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 6.97% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 9.54% ต่อปี แต่ความผันผวนของผลการดำเนินกลับต่ำกว่าดัชนีชี้วัดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20.41% ต่อปี ขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 24.52% ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -36.52%


ส่วนนักลงทุนที่สนใจหรืออยากเข้าลงทุนในกองทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกอยู่ที่ 5,000 บาท และครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนไม่มีการกำหนดไว้ โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 6 วันทำการ (T+6) นับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน One Live บริการซื้อขายออนไลน์, Mobile App อย่างONEAM และช่องทางออฟไลน์ อย่างบลจ.วรรณ และผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน


ผลการดำเนินงานของกอง ONE-INDIAOPP-RA’ อาจจะแพ้ดัชนีชี้วัดอยู่บ้าง แต่หากดูเทียบกับความเสี่ยงก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว จากนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและมีความผันผวนไม่สูงมาก ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เลวร้ายนัก เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงและมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสินทรัพย์ สำหรับใครที่สนใจจะลงทุนในหุ้นอินเดียเพื่อเติบโตไปกับเศรษฐกิจในระยะยาว เชื่อว่ากองทุนนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตการลงทุนของคุณได้ไม่มากก็น้อย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 22 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 2 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 1 hour ago
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
Updated 13 minutes ago
Follow Us