Official Update :

“หุ้นกู้” ครบกำหนด 3 ไตรมาสที่เหลือกว่า 6.86 แสนลบ. มั่นใจ “ไร้ปัญหา” เหตุกว่า 86% เป็น “Investment Grade” แนะหามาตรการดูแล “หุ้นกู้-งบดี” แต่มีปัญหา “ฟื้นเชื่อมั่น” !!!

สาระ Fund วันละนิด: ปีนี้ทาง “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” (ThaiBMA) ได้วางเป้ายอดออก “หุ้นกู้ระยะยาว” ทั้งปีไว้ที่ 8.5 – 9.0 แสนล้านบาท


แต่ “ภาษี Trump” ที่ประกาศปลดแอกสหรัฐในวัน Liberation Day” เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 25 ที่ผ่านมา อาจทำให้ภาพเปลี่ยนไป แม้ว่าปัจจุบันจะเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบ


เมื่อครบการชะลอการขึ้นภาษี 90 วัน สิ้นสุดลง (หากไม่มีอะไร Surprise ตลาดอีก) ในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะมีการทบทวนเป้าหมายเดิมของปีนี้ใหม่อีกครั้ง !!!


เพราะ “ความไม่แน่นอน” ไม่เพียงกระทบต่อบริษัทที่วางแผนจะออก “หุ้นกู้” เท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของ “ผู้ลงทุน” ด้วยเช่นกัน ต่อผลกระทบที่จะตามมาสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า


แล้ว “ตลาดหุ้นกู้” จะเป็นเช่นไร? ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย



“หุ้นกู้”
Investment Grade ไม่กระทบ แต่กลุ่ม “High Yield” ลำบาก...ปัญหาจาก “บจ.งบดี” ถึงเวลา “Default-Delay”

โดย “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า “ตลาดหุ้นกู้” ในกลุ่มเรทติ้ง A ขึ้นไปยังคงขายได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ BBB ลงไปและ High Yield” นั้น ขายได้ยากขึ้น เพราะนักลงทุนเอง “ระมัดระวัง” มากขึ้น มุ่งไปหาเรื่องของ “คุณภาพ” มากขึ้น ดังนั้นบริษัทกลุ่ม High Yield” คงต้องมองหาแหล่งเงินทุนจากแหล่งอื่นแทนการออกหุ้นกู้ ซึ่งเห็นสัญญาณมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่1/25 ทั้งยอดออก “High Yield” ที่ลดลง รวมถึงการ Roll Over หุ้นกู้เดิมที่ครบอายุ กลุ่ม High Yield” ก็ Roll ได้ไม่ครบ ทำได้น้อยลงต่ำกว่าที่ครบกำหนดกว่า 50% เลยทีเดียว


(อริยา ติรณะประกิจ)


ซึ่งกลุ่ม ‘High Yield’ เองมีปัญหามาก่อนเรื่องการขึ้นภาษีของสหรัฐแล้ว เป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ซึ่งเกิดจากบริษัทที่มี งบการเงินดี ถึงเวลาแล้วมีปัญหา ผิดนัดชำระหนี้ (Default) บ้าง เลื่อนชำระหนี้ (Delay) บ้าง ตรงนี้กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนมาก เพราะมันคนละแบบกับบริษัทที่อาจจะ งบการเงินดูไม่ดี แต่มีศักยภาพทางธุรกิจ อาจจะไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ แล้วอยู่ในกลุ่ม ‘High Yield’ ตรงนั้น นักลงทุนรู้ว่าเป็น ‘High Yield’ สามารถตัดสินใจลงทุนได้บนพื้นฐานเรื่องของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่นักลงทุนนั้นๆ รับได้ จะคนละแบบกัน”



เมื่อกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ตัวผู้ออกเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วย และก็ส่งผลกระทบต่อตลาดในภาพรวม ดังนั้น อาจจะต้องมีกฎเกณฑ์อะไรที่จะเข้ามาดูแลตรงนี้ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาว่าบริษัทที่งบการเงินดี ถึงเวลามีปัญหาเกิดขึ้นอีก เช่น ตั้งใจมาโกง หรือถึงเวลาจะจ่ายดอกเบี้ยก็เอาเงินไปจ่ายกรรมการบริษัทก่อน ถึงเวลาเงินไม่พอจ่ายดอกเบี้ย หรือบริษัทถือ Bitcoin พอเวลาตลาดร่วง ก็ไม่ขายออกมาเพื่อนำมาชำระคืนหนี้ เป็นต้น ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาจากพื้นฐานของตัวธุรกิจเอง แต่มาจากเรื่องอื่นๆ ทำยังไงที่จะมีมาตรการมาควบคุมดูแลตรงนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ว่าจะไม่มีบริษัทที่งบการเงินดีๆ ถึงเวลา “ชำระหนี้ไม่ได้” เกิดขึ้นอีก


3 ไตรมาสที่เหลือของปี25 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 686,004 ลบ. กว่า 86% เป็น “Investment Grade”

สำหรับ 3 ไตรมาสที่เหลือของปี25 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด  686,004 ล้านบาท กว่า 86% อยู่ในกลุ่ม Investment Grade” โดยจะครบมากสุดในQ2 ประมาณ 2.62 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามด้วยทิศทางดอกเบี้ยที่ลดลงและหุ้นกู้ส่วนใหญ่กว่า 86% ในกลุ่ม Investment Grade ยังน่าจะออกหุ้นกู้ทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดได้นั้น เรายังตั้งเป้าเป้ายอดออกหุ้นกู้ในปี25 ไว้ที่ 0.85 – 0.90 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผลกระทบจาก “ภาษี Trump” คงต้องจับตาใกล้ชิดและอาจจะต้องมีการทบทวนกันอีกครั้งในช่วงปีหลังนี้


“ช่วงไตรมาสที่1/25 มีหุ้นกู้ ‘Default’ 3 บริษัท รวม 1,605 ลบ. และ เลื่อนชำระหนี้ (Delay) 9 บริษัท รวม 8,841 ลบ. (มี 5 บริษัท เป็นรายใหม่ที่ขอเลื่อน) ในช่วงที่เหลือสำหรับ ‘Default’ ไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไร เพราะแนวโน้มกลุ่มหุ้นกู้มีปัญหาตอนนี้จะเป็นแนว ‘Delay’ เพื่อยืดเวลาการชำระหนี้ออกไปเป็นหลักแล้ว ซึ่งในเดือนเม.ย. เองก็มีหลายบริษัทที่ประชุมขอเลื่อนหนี้กัน ซึ่งปกติไม่มีใครเขาทำกัน ตรงนี้ก็กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วยเช่นกัน”


ส่วน “เงินต่างชาติ” ที่ไหลเข้ามาในช่วงเดือนเม.ย. เป็นเพียง “ปัจจัยชั่วคราว” เท่านั้น เพราะอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ไทยเองไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น แต่ในระยะสั้นอาจมีโอกาสในการเข้ามาเพื่อหวังผลตอบแทนทั้งจาก “เงินบาทแข็งค่า” และ “ดอกเบี้ยลด” มากกว่า

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’