Official Update :

“BMAPS100” กระจายลงทุนทั่วโลก... ทางเลือกที่ง่ายในการ “อัพผลตอบแทน” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Aggressive Allocation” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ 2 กอง ขึ้นไป ที่มีการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์


ซึ่งเป็นทางเลือกที่ง่ายในการ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) สำหรับนักลงทุน เพียงเลือกให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้เท่านั้น ซึ่งสไตล์ Aggressive Allocation” จะเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเป็นสำคัญ


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนผสม” สไตล์ Aggressive Allocation” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน


“BMAPS100” ทางเลือกที่ง่าย...ในการ “อัพผลตอบแทน”

สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่าBMAPS100: กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 100 บริหารจัดการโดย บลจ.บัวหลวงมีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 มีนโยบายเน้นลงทุน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ 2 กอง ขึ้นไป ที่มีการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยลงทุนใน “หุ้น” ไม่เกิน 100% ของ NAV และลงทุนใน “ต่างประเทศ” ไม่เกิน 79% ของ NAV



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘BMAPS100’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 28 ก.พ. 25) พบว่า มีการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ประกอบด้วย

  • หน่วยลงทุน 90.06%

  • ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น 9.77%

  • เงินฝากธนาคาร 0.17%


“โดย 5 กองทุนที่ลงทุนมากสุด กระจายลงทุนใน 1) หุ้นโลก 52.38% 2) หุ้นอาเซียน 9.88%, 3) หุ้นเทคโนโลยี 9.82%, 4) หุ้นสหรัฐ 9.51% และ 5) หุ้นจีน 6.06% ผ่านกองทุนของ บลจ.บัวหลวง ทั้งหมด”



“ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘BMAPS100’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.65% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.69% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 9.21% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.42% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown)อยู่ที่ -20.79%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
500 บาท เท่านั้น

สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน “BMAPS100ใน “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายหน่วยลงทุนนักลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขการขายขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ Bangkok Bank Mobile Banking


ในภาวะที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกผันผวน “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) กระจายไปในสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีศักยภาพยังคงเป็นคำตอบที่ดี และนักลงทุนสถาบันชั้นนำของโลกรวมทั้งไทยก็ทำเช่นเดียวกัน ปัจจุบันเราจำเป็นต้องปวดหัวว่าจะจัดสรรเงินลงทุนยังไง เพราะสามารถทำง่ายๆ ผ่าน “กองทุนผสม” นั่นเอง ถ้าสามารถรับความเสี่ยงได้สูง เชื่อว่า “Aggressive Allocation” จะเป็นทางเลือกที่ง่ายขึ้นในการอัพผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’